Archive for the ‘หนังไทย’ Category

หม่ำ ขอดัน “องค์บาก2″ ขโมยซีนเด็ดเพื่อ โทนี่ จา

Friday, December 12th, 2008

เล่นหนังมา 20 กว่าปี ผ่านการแสดง มาแล้ว

      แทบทุกบทบาท สําหรับขวัญใจมหาชน “หม่ำ จ๊กมก“ยอมรับงานแสดงเป็น “ไอ้เหม็น” ให้น้องรัก “จา-พนม ยีรัมย์” ถือเป็นอีกหนึ่งการคัมแบ็คกลับมาของ 2 นักแสดงคู่บุญ ตั้งแต่ “องค์บาก” ภาคแรก โดยพี่ชายอารมณ์ดีเปิดใจถึงการร่วมงานหนนี้ว่า

“บทที่พี่ได้รับหนนี้เป็น “ไอ้เหม็น” คนบ้าๆ บอๆ ออกจะสติไม่ค่อยดี แถมไม่มีพิษมีภัยอะไร เป็นคนที่เห็นอะไรก็อยากจะเป็นและเหมือนคนอื่นไปหมด เห็นเขารํา หรือฟ้อน และเขาทําอะไรก็อยากทําเหมือนเขา เห็นเขาตีลังกาก็อยากตีลังกากับเขา บุคลิกหน้าตาน่ะ เท่าที่สํารวจตัวเองดูแล้วอาจจะน่ากลัว ยิ่งการแต่งตัวนะ หัวจะกระเซอะกระเซิงหน่อย เสื้อผ้ามอซอด้วย เป็นคนบ้าแต่มีจิตใจดี ที่มีความเกี่ยวพันกับพระเอก-นางเอกตั้งแต่ยังเด็กๆ คือ เป็นเพื่อนเล่นกับทุกคน”

 

 

ที่ผ่านมาเลี่ยงเมคอัพ แต่ต้องยอมเพื่อน้องจาจริงๆ เหรอ “ใช่เลย…เพราะเวลาที่จะรับเล่นนะ ถ้ามีพวกนี้มาไม่เอาเด็ดขาดเลย อย่ามาวุ่นวายกับตัวผม เพราะให้ตายเหอะ คือไม่ชอบจริงๆ แม้แต่หนังที่ตัวเองเป็นพระเอก (หัวเราะ) หรือรับหน้าที่ผู้กํากับฯ ก็ยังไม่เคยเห็นกันใช่มั้ยล่ะ แต่สําหรับจา ยอมแหกกฎตัวเองทนให้ช่างแต่งหน้าทําผมแปลงโฉมเป็นคนบ้าอยู่ค่อนวัน”

ก่อนจะพูดคุยจบ ขอให้อวยพรให้กับ “จา” สักหน่อย ตลกชื่อดังกล่าวว่า “ดีใจกับหนังเรื่องนี้ที่จามาบอกว่า พี่หม่ำเล่นอย่างงี้ๆๆๆ นะ ก็โอเคกับเขา เล่นให้ โดยเฉพาะเรื่องแรกที่ต้องเล่นเป็นคนบ้า ใส่เสื้อผ้า ติดหนวด ผมเผ้ารุงรัง ทาฟันดํา ทาเล็บให้ดําอีก ไอ้ตอนที่แต่งไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ตอนล้างสิ ถ่ายเสร็จนี่ 2 ชั่วโมงก็เอาไม่อยู่ มันเข้า ไปติดอยู่ในซอกเล็บ ต้องเข้าไปดูในภาพยนตร์ แต่งออกมาบางทีอาจจําผมไม่ได้ก็ได้ ถ้าไม่พูด”

คอยพิสูจน์ได้แล้วกับการโคจรมาพบกันของคู่บุญร้อยล้าน ตั้งแต่ “องค์บาก, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 1-2, ต้มยํากุ้ง” เพราะถ้าเรื่องไหนมี “จา” ก็ต้องมี “หม่ำ” แล้วหนังไทยแอ็คชั่นระดับโลกอย่าง “องค์บาก 2″ จะขาดพี่ชายชื่อ “หม่ำ จ๊กมก” ได้ยังไง พร้อมชมแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

“ไอ้เหม็น…..”

อนันดา-อ๊อฟ ควงคู่เปิดหนังรัก

Friday, November 21st, 2008

“อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ที่จูงมือพระเอก คู่ใจ

      “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” จาก Me Myself ขอให้รักจงเจริญ ร่วมเปิดตัวภาพยนตร์ “Happy Birthday แฮปปี้เบิร์ธเดย์” อีกหนึ่งภาพยนตร์อารมณ์รักของค่ายโมทีฟพลัส เครือโมโน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เปิดตัวหนังรักในแบบของผู้กํากับมาดเซอร์ 

โดยภายในงานยังมีเซอร์ไพรส์ผู้ร่วมงานด้วยภาพความประทับใจจากภาพยนตร์เรื่องก่อนของทั้งคู่และยกเค้กวันเกิดแด่สื่อมวลชนที่เกิดในวันนั้นด้วย

ก่อนพูดคุยการทํางานกับ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ผู้เขียนบท และพันธมิตรร่วม อาทิ “นว-มินทร์ ประสพเนตร” กรรมการผู้จัดการ และ “บรรณสิทธิ์ รักวงษ์” รองกรรมการผู้จัดการ บ.โมโนฯ, “หฤษฎ์ พิชญางกูร” รองผอ.ฝ่ายการตลาด บ.  ทีทีแอนด์ที, ทิพวรรณ พงศ์พรเชษฐา จาก SFX Cinema เซ็นทรัล

และที่ขาดไม่ได้ ธัญญา วชิรบรรจง โปรดิวเซอร์ร่วมกับ ปิยลักษณ์ มหาธนทรัพย์ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ โรงภาพยนตร์ที่ 3 SFX cinema เซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมร่วมพิสูจน์รักแท้ 18 ธันวาคมทั่วประเทศ ♦

หัวหลุดแฟมิลี่

Tuesday, November 11th, 2008

หนัง หัวหลุดแฟมิลี่

ชื่อภาษาไทย หัวหลุดแฟมิลี่

จัดจำหน่ายโดย พระนครฟิล์ม

กำหนดฉายหนัง 20 พฤศจิกายน 2551

นักแสดง
จตุรงค์ ม๊กจ๊ก
เมทินี กิ่งโพยม
โก๊ะตี๋ อารามบอย
ค่อม ชวนชื่น
ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์
ธีรธร พลบูรณ์
พิมพ์ชนก พลบูรณ์

กำกับการแสดง
เจริญพร อ่อนละม้าย ( โก๊ะตี๋ อารามบอย )

เรื่องย่อหนัง หัวหลุดแฟมิลี่

เรื่องราวของครอบครัววิศวกรกินเงินเดือนที่มี ดิ่ง (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก) เป็นหัวหน้าครอบครัว กันตา (เมทินี กิ่งโพยม) แม่บ้านที่แสนดี และลูกชายที่เรียกได้ว่าหล่อ จนเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆอย่าง บราซิล (โก๊ะตี๋ อารามบอย) ต้องมาพบเจอกับความวุ่นวายเมื่อดิ่งอยากพาครอบครัวไปเที่ยว แต่รถเจ้ากรรมดันมาพังต้องนั่งรถไฟชมบรรยากาศแทน และนี่ก็เป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิด

เมื่อทั้งสามกลับมาบ้าน ต่างคนต่างต้องตกใจเมื่อรู้ว่าตนนั้นกลายเป็นมนุษย์ประหลาด หัวหลุดแต่ไม่ตาย ไม่มีใครกล้าบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนในครอบครัวรู้ แต่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวันความอึดอัดก็เกิดขึ้นในใจ สามคน พ่อ แม่ ลูก ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน จนต้องปิดเพื่อนบ้านที่แสนจะยุ่งวุ่นวายอย่าง สังคม (ค่อม ชวนชื่น) ที่รับภาระเลี้ยงดูภรรยาที่เป็นอัมพาตชื่อ เวียงพิงค์ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) และ สิงโต ( ธีรธร พลบูรณ์) ลูกชายแก่แดด ดิ่งต้องปกปิดเพื่อนร่วมงานที่บริษัท บราซิลก็ต้องปกปิดสาวๆที่มหาลัย รวมทั้ง จับเลี้ยง (พิมพ์ชนก พลบูรณ์) แฟนสาวของบราซิล

แต่ความลับไม่มีในโลก เรื่องราวประหลาดเริ่มรู้ถึงสาธารณะชน เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป เมื่อเริ่มต้นไม่ปกติ เรื่องมันก็คงจบลงไม่ง่ายนัก ผลสุดท้ายครอบครัวนี้ต้องพบเจอกับเรื่องอะไรใน หัวหลุดแฟมิลี่

ห้าแถว

Tuesday, November 11th, 2008

หนัง ห้าแถว

ชื่อภาษาไทย ห้าแถว

จัดจำหน่ายโดย บริษัท 5-4-3-2 Action Film จำกัด

กำหนดฉายหนัง 20 พฤศจิกายน 2551

นักแสดง
เสกสรร สุทธิจันทร์
สมเล็ก ศักดิกุล
ขวัญใจ จันทอง
ศุภักษร ไชยมงคล
ชาติชาย งามสรรพ์
นะติ พันธุ์มณี
ค่อม ชวนชื่น
นุ้ย เชิญยิ้ม
เท่งน้อย
อ่าง เถิดเทิง
เสาวลักษณ์ พันธุ์มณี
ชมพู่ ก่อนบ่าย
เด๋อ ดอกสะเดา
ตี๋ ดอกสะเดา

กำกับการแสดง
นะติ พันธุ์มณี

เรื่องย่อหนัง ห้าแถว

เสก ( เดี่ยว เสกสรร สุทธิจันทร์(หมากเตะรีเทิร์น) นั่งรถทัวร์กลับหมู่บ้านหลังที่ได้จากมาตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมาอยู่กับหลวงพ่อหลายปี ก่อนจะถึงหมู่บ้านเสกต่อสู้กับกลุ่มพวกโจรที่ดักปล้นทัวร์

เสกเดินสวนทางกับกลุ่มชายแปลกหน้า เสกจำได้ว่า มันเป็นคนที่ฆ่าพ่อเขา เสกมีแรงอาฆาตขึ้นมาคิดจะเข้าไปแก้แค้น แต่เหมือนมีเสียงกระซิบตามลมเบาๆมาว่า เวรย่อมระงับ ด้วยการไม่จองเวร ทำให้เสกมีสติขึ้นมา เสกจึงเดินจากไปโดยไม่สนใจอะไรอีก

เมื่อมาถึงหมู่บ้าน เสกเจอ กำนันสมเล็ก( สมเล็ก ศักดิกุล ) กับ ครูสมศรี ( กระแต ศุภักษร ไชยมงคล(ไฉไล, กอด, คนเล่นของ, จี้ ) ลูกสาวสุดสวยพร้อมกับ ครูมะลิ ( ขวัญ ขวัญใจ จันทอง (สตั้นท์หญิงใจถึงหนึ่งเดียวของไทยที่สร้างประวัติศาสตร์โดยการเสี่ยงตายกระโดดตึกเวิลด์เทรดในภาพยนตร์เรื่อง 1+1 เป็น0) หลานสาวของกำนันอีกคน

เสกได้ทราบเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน หลังจากที่มีกลุ่มชายแปลกหน้าเข้ามาอยู่ใกล้หมู่บ้าน จนกระทั่งวันหนึ่งเสกทราบมาว่า กลุ่มของชายแปลกหน้านั้น เป็นพวกเดรัจฉานวิชาอาคม มาที่หมู่บ้านเพื่อจะทดลองเดรัจฉานวิชาที่ร่ำเรียนมาว่าอาคมของตนจะแก่กล้ามากน้อยเพียงไร และคนที่เป็นหัวหน้าก็คือคนที่ฆ่าพ่อเสกด้วย

เสก ครูสมศรี ครูมะลิและคนในหมู่บ้านพร้อมใจกันต่อสู้กับพวกเดรัจฉานวิชา จนพวกมันพ่ายแพ้ หนีออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่กรุงเทพเมืองหลวง และจุดมุ่งหมายพวกมันก็ เพื่อฝึกปรือวิชาอาคมให้แก่กล้ามากขึ้น

กลุ่มของ ศร(เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์(ฟ้าทลายโจร, มหาอุตต์), ยอด (นะติ พันธุ์มณี) ศักดิ์ (พวกเดรัจฉานวิชา) รวบรวมสมุนอีกมากมาย มีทั้งพวกที่แหกคุก ต้องคดีปล้น ฆ่าข่มขืน และพวกนี้สร้างความเดือดร้อนไปทั่วกรุงจนเป็นข่าวใหญ่ทางหนังสือพิมพ์ทุกวัน

เสก ครูมะลิ ครูสมศรี เห็นข่าวการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ของกลุ่มเดรัจฉานวิชา จึงต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อจะให้เรื่องต่างๆมันยุติลงสักที การต่อสู้กับพวกเดรัจฉานครั้งนี้มีอุปสรรคมากมายจนทำให้เสกถึงเกือบท้อแท้ กับความดีที่ตนเคยทำมา จนเมื่อเสกได้รับแสงแห่งคุณธรรมลอยเข้ามาอยู่ในร่างของเสก ทำให้เสกมีพลังที่จะต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายต่างๆ

และนี้คือ จุดเริ่มต้นของนักสู้พลังยันต์ห้าแถว ยันต์แห่งความดีที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้าย ที่เป็นเดรัจฉานวิชาต่างๆ ให้หมดไป และเราจะพาท่านจะไปสัมผัสกับ ฉากแอ็คชั่นการต่อสู้แนวใหม่ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ คอยพบกับภาพยนตร์เรื่อง ห้าแถวที่โรงภาพยนตร์เร็วๆนี้

แบงค์… อึดซ่า ลีลาบู๊ ท้า/ชน

Wednesday, October 29th, 2008

หมดเรื่องราวพะบู๊นอกจอ

       นักร้องวัยโจ๋ “แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์” ยอมคืนวงการอีกครั้งหลังตกปากรับคํา ผู้กํากับฯ “อั๋น-ธนกร พงษ์สุวรรณ” แสดงหนังแนวแอ็คชั่น-ดราม่า “Fireball” หรือในชื่อไทย “ท้า/ชน” ปะทะแอ็คชั่นเลือดใหม่ “แซม เกษม” ซึ่งลั่นกล้องไปกว่า 90% โดยล่าสุดเพิ่งเปิดโอกาสให้ทัพนักข่าวชมเบื้องหลังการทํางาน ณ อู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ถนนสุขสวัสดิ์

ฉากนี้ทีม ไฟร์บอล ซึ่งมี ไท (แบงค์) พร้อม สิงห์ (แซม) และ เค (เอิร์ท-อณุวัต) ต้องต่อสู้ในเกมบาสเก็ตบอลเถื่อน กับอริ ซึ่งนําโดย ตัน (เอ-อรุชา) ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเดิมพันด้วยชีวิต แทนพี่ชายฝาแฝด ไท

ก่อนเริ่มงานในอู่ต่อเรือความลึกระดับ 10 เมตร ผู้กํากับฯ “อั๋น” ระดมสตั้นท์กว่า 20 ชีวิต ให้ อ.แผลงฤทธิ์ แสงชา รับผิดชอบคิวแอ็คชั่นเป็นอย่างดีแล้ว 

ซีนต่อมา ไท (แบงค์) ต้องต่อสู้กับตัน จนอีกฝ่ายล้มลงไป ขณะไทเห็นเพื่อนกําลังพลาดท่าจึงลุกขึ้นช่วย แต่ตันกลับโดนแทงข้างหลัง

ฉากนี้ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด พร้อม กับเวลา 3 ชั่วโมงที่กว่าจะผ่านไปได้ เล่นเอาแบงค์ ถอดใจกระซิบมาว่า…เรื่องหน้าขอหนังรักเลิฟซีนเท่านั้น แค่นี้ (ฮา) แล้ว

ซีนที่ 2 ของ “แซม” ผู้กํากับอั๋นหมดห่วงเพราะพื้นฐานแน่นปึ้กอยู่แล้ว แค่ซ้อมเล็กน้อยก็ผ่านฉลุยไปได้ ซึ่งก่อนจะจบซีนเล็กๆ “แบงค์” เปิดใจถึงการทํางานว่า

“เรื่องนี้เล่นเป็นฝาแฝด ทั้ง 2 คนเป็นพี่น้องที่รักกันมาก จนเมื่อไทพบว่าพี่ชายตัวเองบาดเจ็บต้องนอนอยู่ในรพ. ไทก็พร้อมต่อสู้เพื่อพี่เขาให้ได้ ทําทุกทางที่จะช่วยชีวิตพี่เขา หนังเรื่องนี้มีทั้งกีฬาบาสเก็ตบอล และการต่อสู้แบบฉบับของลูกผู้ชาย ก็ได้ไปเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วย แต่ครูที่อยู่ใกล้ตัวผมคือ แซม เกษม หัวหน้าทีมไฟร์บอล ที่ท่วงท่าและลีลาการต่อสู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยสง่ามาก ตอนนี้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์เรียบร้อยแล้วล่ะครับ”

ใครเป็นแฟนหนุ่มๆ กลุ่มนี้ อดใจรอหน่อย ปลายธันวาคมนี้

นุ๊ก…เปิดซิง หวาน แต่งจนหงอม

Monday, October 6th, 2008

ตกร่องปล่องชิ้นกันแล้วสําหรับ

ราเชน (ชาคริต) และหวาน (รับบทโดยนุก-สุทธิดา) ในโปรเจ็คท์สี่เรื่องรัก “ฝัน-หวาน-อาย-จูบ” ของผู้กํากับ”ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ล่าสุดได้นำภาพมาฝากกันสุดบรรยายจริงๆ

เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของคู่รักคู่หนึ่งแล้วเกิดการทะเลาะกัน ฉากนี้ “นุก” ต้องเหนื่อยหน่อยเพราะโดนจับแต่งหน้าซะแก่พร้อมๆกับ”ชาคริต” ที่ถูกปรับภาพให้เป็นผู้ใหญ่วัยทํางานอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นฉากทะเลาะกันของทั้งคู่ก็รุนแรงอยู่ไม่น้อย จนส่งเสียงดังไปทั่วบริเวณ และหลายคนก็คิดว่ามีคนทะเลาะกันจริง จนเมื่อสิ้นสุดการทํางานทั้งคู่เปิดใจว่า

ด้านคู่พระนาง ชาคริต-นุก ต้องสวมบท “สามี-ภรรยา“โดนแปลงโฉมเป็นวัยสี่สิบเหมือน เป็นคู่ชีวิตกันมา 10 ปี

ชาคริต : “เริ่มถ่ายวันแรกก็เจอซีนหนักเลยเพราะซีนนี้ถือเป็นจุดเริ่มของหนัง ผมก็ต้องส่งอารมณ์แรงๆ ไปที่นุกเพื่อให้เขาอินให้มากที่สุด”

นุก : “สําหรับนุกต้องชมช่างแต่งหน้าค่ะ ที่แต่งอายุ 18 ให้เป็น 40 ได้ เรื่องการแสดงก็ต้องรื้อฟื้นวิชากันหน่อย เพราะร้างราไปนาน เพราะเรื่องนี้เราต้องปรับอารมณ์เป็นหลายวัย ซึ่งก็ถือว่ายากพอสมควร ก็ดีที่ชาคริตส่งอารมณ์มาดีมาก แล้วพี่ปรัชก็แนะให้ตลอด”

เตรียมตัวพบโปรเจ็คท์ “ฝัน-หวาน-อาย-จูบ” 27 พ.ย.นี้ ทั่วประเทศ

โจอี้… สลดป๋าเทพ… ปางตาย

Wednesday, October 1st, 2008

หลังออกรายการ “ตีสิบ” เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า

     เหตุที่ “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตกปากรับบทหลวงตาในภาพยนตร์สุดฮา “หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย” ของค่ายพระนครฟิลม์ 

เพราะบทที่โดนใจหรือกระแสที่ต้องรีบใช้หนี้ที่สุมหัวจนเต็มอก วันนี้มีโอกาสบุกกองถ่ายฉากสําคัญระหว่างมิตรภาพของพระอาจารย์และศิษย์ “โจอี้ บอย” และ “ป๋าเทพ โพธิ์งาม

ฉากนี้เป็นฉากที่ “โจอี้” ต้องรีบพา “หลวงตา” (ป๋าเทพ) ส่งอนามัยเนื่องจากไม่สบายถึงกับไอเป็นเลือด ซึ่งทั้งคู่กว่าจะถ่ายทําผ่านกันไปได้ก็ลําบากไม่น้อย เพราะต้องแสดงให้สมจริง หลีกหนีป่ามะขามเทศที่ขึ้นระเกะระกะ ยังไม่พอ ต้องบล็อกฉากให้วิ่งโดนเถาวัลย์ แล้วล้มหลังกระแทกพื้นด้วย

ที่รับศึกหนักสุดไม่พ้น “โจอี้” เพราะต้องแบก “ป๋าเทพ” ในเรื่อง แล้วยังต้องวิ่งไปมาไม่ให้เจอพร็อบเถาวัลย์เกี่ยวอีก ซึ่งพอเข้าฉากจริงๆ ความยากอยู่ตรงที่จะถ่ายยังไงให้ “หลวงตา” โดนเสยกับเถาวัลย์จริงๆ แล้วต้องล้มลงพื้นนั่นแหละ แค่ฉากนี้ฉากเดียวก็ปาเข้าไปหลายเทคทีเดียว จนมาถึงจุดพีคของฉาก “ป๋าเทพ” ขอสวมบทนักแสดงมืออาชีพเล่นจริงเจ็บจัง โดนไปปังเดียวแน่นิ่งเลย จนทุกคนใจหายใจคว่ำกันหมด แต่แล้ว “ป๋าเทพ” ก็ลุกขึ้นมาวิ่งปร๋อ จนผู้กํากับฯ โน้ต เชิญยิ้ม แทบจะยิ้มไม่ออก


อนันดา สะใจของขึ้นถล่มถ้ำโจรสลัดยับเยิน

Tuesday, September 30th, 2008

เป็นอีกฉากไฮไลท์สุดมันของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

      “ปืนใหญ่จอมสลัด” เมื่อ “ปารี” (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ผู้นําของเหล่าชาวน้ำเปิดศึกล้างแค้นฝ่ายโจรสลัดด้วยการ “ระเบิดถ้ำอีกาดํา” ฐานที่มั่นฝ่ายโจรสลัด นําโดย “เจ้าชายราไว” (เอก โอรี) และ “อีกาดํา” (วินัย ไกรบุตร) ให้สิ้นซาก

ฉากนี้ “เอก เอี่ยมชื่น” ผู้ออกแบบงานสร้างมือหนึ่งของไทย เนรมิตถ้ำลูกเสือ จ.พังงา (ฉากภายใน) และที่ถ้ำสระยวนทอง จ.กระบี่ (ฉากภายนอก) ให้เป็น “ถ้ำอีกาดํา” สุดน่ากลัว โดยพระเอกสุดฮอต “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” เปิดใจฉากที่ต้องเล่นกับไฟนี้ว่า

“โอ้โห…เท่าที่เจอมาไม่มีอะไรเทียบกับเรื่องนี้เลย ก่อนถ่ายฉากนี้ก็คุยกันตั้งแต่เปิดกล้อง พี่เอกรับรางวัลไปเหอะ แกได้รางวัลตั้งแต่แกสร้างแล้ว (หัวเราะ) มันแบบโอ้โห…มันอลังการในทุกๆ ฉากก็ว่าได้

อย่างฉาก ในถ้ำอีกาดําฝ่ายโจรสลัดนั่นก็เป็นฉากหนึ่งที่ชอบมาก มันอลังการไง ก่อนทํางานจริงผมต้องซ้อมอยู่เยอะเพื่อความสมจริง เพราะการเล่นกับไฟและของร้อนมันเป็น  ยังไง แต่เสียดายได้เข้าไปถ่ายอยู่ไม่กี่ครั้ง ยิ่งกว่านั้นคือช็อตสุดท้ายที่จะใช้กับฉากนี้ คือระเบิดทิ้งด้วย ตอนแรกก็เสียดายนะ  แต่ทําไงได้ เพื่อภาพที่ต้องการ  ให้ออกมาสวยก็ต้องยอม แล้วก็ตัวละครที่ผมแสดงสร้างความ  ลําบากใจที่ต้องไปยืนตรงที่หน้าสะพานปลา ที่ยื่นออกมาจากฉากที่เซ็ต แล้วเบื้องหลังเป็นภาพของถ้ำที่ต้องระเบิดมันทิ้งจริงๆ มันก็ลุ้นไปพร้อมกับความร้อนด้วย คือทีมงานทุกคนก็ลุ้นกันมากว่ามันจะเหมือนจริง หรือเปล่า แค่ฉากนี้ฉากเดียวผมก็แทบแย่เลย มีสะเก็ดนิดๆ พุ่งมาหาด้วย แต่ก็โชคดีที่หลบทัน ใครอยากรู้ว่าฉากนี้ผมทุ่มแค่ไหนต้องไปดูกันเองมีทั้งเสาล้ม มีทั้งระเบิดตูม ทุกอย่างพังกระจายหมดเลย สะใจดี”

เต๋อ วิตกเล่นหนังผี พลิกหน้าไม่ออก

Monday, September 29th, 2008

ในฐานะขึ้นแท่นเป็นพระเอกหนังผี 4 มิติ

       “โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต” ค่ายจีทีเอช ของผู้กํากับฯ มือทองเขียนบท ชัตเตอร์-กดติดวิญญาณ, แฝด อย่าง “จิม-โสภณ ศักดาพิสิษฏ์” ช็อกแทบบ้าซะแล้วเพราะบท “เชน” นั้นมีความกดดันสูงอยู่ไม่น้อย

วันนี้พอมีโอกาสเลยขอนําบางฉากอันน่าสะพรึงเมื่อ “เชน” (เต๋อ-ฉันทวิชช์) ต้องวิ่งหนีวิญญาณร้ายที่  ตามหลอกหลอนซะเกือบจับไข้ ในฉากนี้ “เต๋อ” ต้องทําอารมณ์อยู่นานทีเดียวกว่าจะพร้อมถ่าย เพราะต้องทําหน้ากลัวตายว่าเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นด้วย

จนทําให้เดือดร้อนถึงแฟนสาว “ส้ม” (พั้นช์) เข้าใกล้ไม่ได้ เพราะคิดว่าแฟนตัวเองจิตตกไปแล้ว สําหรับภาพที่ทําให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น “จิม” ผู้กํากับฯ เลือกโลเกชั่นโรงหนังแห่งหนึ่งเซ็ทให้เป็นบรรยากาศเงียบสงบ แล้วเริ่มทํางาน พร้อมกับความหวาดระแวงละคนกลัวของ “เต๋อ” ซึ่งเจ้าตัวนอกจากจะต้องทําสมาธิสูงแล้ว จากที่เป็นตัวป่วนของคน ในกองยามพักถ่ายทําก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย

แถมเจ้าตัวยังแอบกระซิบอีกว่าต้องทําหน้าเคร่งตลอดเวลา บางทีเครียดจนบางฉากที่ต้องทําหน้าตลกก็ทําไม่ได้แล้ว เฮ้อ! ได้ฟังแค่นี้แล้วเหนื่อยใจแทนจริงๆ

โปรดติดตามภาพอันระทึกขวัญของ “โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต” หนังผีที่ไม่จบแค่ในโรงภาพยนตร์  30 ตุลา ความหวาดระแวงจะมาหาคุณทั่วประเทศ

กอฟ-อัครา กระหึ่ม ไชยา ดังเมืองผู้ดี

Monday, September 29th, 2008

ขอแสดงความยินดีกับค่ายไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น

      ภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดเรื่องหนึ่ง “ไชยา” ผลงานกํากับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ตอนนี้ ถูกนําลิขสิทธิ์บรรจุลงเป็นดีวีดีและได้รับการตอบรับดีที่สุดของเดือนสิงหาคมในประเทศฝรั่งเศส

ภาพยนตร์แอ็คชั่นเข้มข้นครบทุกรสชาติ สะท้อนแง่มุมของคําว่าลูกผู้ชายและคําว่าเพื่อนแท้ได้อย่างลงตัว พร้อมกับชูศิลปศาสตร์ของมวยไทยไว้เต็มอรรถรสอีกด้วย

โดยบอส อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร เปิดใจถึงความยินดีครั้งนี้ว่า “ตอนได้รับการแจ้งและข้อความยินดีจากบริษัทไวลด์ไซด์ ซึ่งเป็นตัวแทนจัดจําหน่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ในฝรั่งเศส ว่ายอดขายดีวีดีของไชยาที่วางแผงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของยอดขายดีวีดีทั่วประเทศฝรั่งเศสทันที 

ซึ่งฝ่ายจัดจําหน่ายทางโน้นบอกเล่าว่าจากตอนแรกกลัวว่าชื่อจะไม่ค่อยลงตัวสักเท่าไร เลยมีการเปลี่ยนชื่อหนังให้เข้าใจง่ายมากขึ้นเป็น “บ๊อกเซอร์“หมายถึง “นักมวย“พร้อมโชว์รูปคุณกอฟ-อัคราบนปกดีวีดี และยังโฆษณาว่า “องค์บาก”แล้วก็มีไชยานี่แหละได้รับการยอมรับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่หนังสร้างชื่อเสียงให้กับวงการภาพยนตร์ไทย”

ส่วนหนึ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยม อาจเพราะคนฝรั่งเศสและเป็นหนังที่พล็อตขึ้นมาใหม่ ซึ่งกว่าจะตัดสินใจให้เขาจัดจําหน่ายก็คิดอยู่นาน ซึ่งทางเขาก็การันตีว่าเชื่อใจและทางโน้นจะทําให้ดีที่สุด และที่สําคัญ “ไชยา”เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เขาผลิตในรูปแบบแผ่นดีวีดี ด้วยระบบบูเรด้วย

ซึ่งจะให้ความคมชัดและระบบเสียงที่สุดยอด จากกระแสการตอบรับที่ฝรั่งเศสก็ทําให้มั่นใจว่า ในตลาดโลกจะให้การต้อนรับ “ไชยา”เหมือนที่ฝรั่งเศส โดยตอนนี้เตรียมจัดจําหน่ายไปทั่วโลก ทั้งแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และยุโรป อีกหลายประเทศ

โจอี้ เสี่ยงตายฮีโร่ช่วยเด็ก

Sunday, September 28th, 2008

“โจอี้ บอย” หรือ “อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต”

       นักร้องหนุ่มแร๊พ โย่วกระโดดมาลงจอเงินครั้งแรกในภาพยนตร์ “หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย” ของค่ายพระนครฟิล์ม เจ้าตัวต้องสวมบทหนักเป็น “หลวงพี่โจอี้” พร้อมกับฉากท้าทายที่ต้องเสี่ยงช่วยชีวิตเด็กๆ ซึ่งวันนี้เป็นแค่น้ำจิ้มนํามาฝากกัน

เป็นฉากที่ผู้แทน 3 ศาสนา พุทธ-คริสต์ และ อิสลาม มาประชุมกันเพื่อหารือว่าจะหาทางออกอย่างไรให้กับโรงระเบิดหินดี ซึ่งฉากทั้งหมดปักหลักกันยาวอยู่แถวบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี พร้อมงบกว่า 10 ล้านบาท โดยผู้กํากับที่กุมบังเหียนอย่าง “โน้ต เชิญยิ้ม”

แม้ฉากจะวุ่นวายไปหน่อยแต่ด้วยสปิริตของนักแสดงทุกๆ คนต่างก็ฟันฝ่าอุปสรรคและผ่านฉากยากไปได้ด้วยดี พร้อมกับบทซึ้งๆ น้ำตาไหลพรากที่หลวงพี่โจอี้ ต้องวิ่งเข้าไปช่วยเด็ก 2 คนพร้อมกับต้องอุ้มพาเด็กออกมาจากบริเวณหินถล่มด้วย เฮ้ย ! แค่เห็นจากภาพก็ดูจะไม่อิน ว่าแล้ว “โจอี้” ก็เปิดใจถึงฉากสําคัญว่า “ยากสําหรับผมนะเพราะในฉากมีหินจริง-ปลอมคละกันไป เวลาถ่ายก็ถูกใส่โยนมาไม่ยั้งเพื่อให้สมจริง แรกๆ ก็เทคถี่เพราะยังไม่เข้าที่แต่พอถ่ายไปก็เริ่มจับทางถูกก็ฉลุยแล้ว”

พร้อมพบฉากระทึกและซึ้งๆ กับภารกิจเสี่ยงตายของฮีโร่ “โจอี้” 2 ตุลาคมนี้ทั่วประเทศ ♦

อ๊อด ลุ้น อาย

Sunday, September 28th, 2008

“จริงๆ ผู้กํากับฯ อย่างผมที่เคยฝากผลงานไว้จาก “มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟ.เอ็ม.”

      พร้อมหนังผีสุดสยอง “เฮี้ยน” และหนังแอ็คชั่นฮีโร่ “มนุษย์เหล็กไหล” จากตอนนั้นถึงตอนนี้ถือว่ามีโอกาสเข้ามาหาตัวมากมายทีเดียว ยิ่งตอนนี้คุ้มค่ากับการรอคอยในการก้าวมาทําหนังรักสมใจ ในตอน “อาย” หนึ่งในโปรเจ็คท์์หนังรักสี่แบบ (ฝัน-หวาน-อาย-จูบ)

แม้ผมจะสุดประหม่าอยู่ไม่น้อย ในการต้องขับเคี่ยวกับนักแสดงหน้าใหม่อย่าง “ตาล-กัญญา รัตนเพชร” และนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ต้องบอกว่าทั้งคู่ตรงกับคาแรคเตอร์อย่างลงตัว

ตัวหนังเป็นหนังรักโรแมนติก-คอมเมดี้ เรื่องของผู้ชายกับ ผู้หญิง 2 คนที่มีทัศนคติที่ต่างกัน จนเมื่อต้องมาติดเกาะด้วยกัน แล้วความลงตัวของเรื่องราวก็เกิดขึ้น

หนังในตอนของผมจะดูสบายๆ ได้บรรยากาศสวยของท้องทะเล ซึ่งเป็นโลเกชั่นที่จะเป็นทะเลตลอดทั้งเรื่อง ถือเป็นการมาทําหนังโรแมนติกครั้งแรกก็ว่าได้ แม้จะเป็นแนวที่อยากทําที่สุดก็อยากให้รอดูกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

ยิ่งความลงตัวที่คนดูจะได้เห็นคงไม่พ้นเรื่องความน่ารักและกุ๊กกิ๊กของหนุ่มสาว ซึ่งดูแล้วต้องอิ่มเอมใจมากๆ โดยรวมแล้วผมเองก็มั่นใจว่าทั้งคู่จะเป็นอีกหนึ่งคู่ที่โดนใจคอหนังไทยยุคนี้ไม่มากก็น้อย”

เริ่มหาคําตอบจากทุกคําถามที่อยากรู้จาก “ฝัน-หวาน-อาย-จูบ” พร้อมสัมผัสไออุ่นแห่งรักต้อนรับหนาวนี้ 27 พฤศจิกายน 2551 

แจ๊ค หน้าชื่นเปิดซิงนางเอกไฮโซ

Sunday, September 28th, 2008

นักแสดงตลกอารมณ์ขัน “แจ๊ค เชิญยิ้ม”

      หรือ “ธเนศ ภูผานี” ออกปากในการแสดงภาพยนตร์สุดคลาสสิคพร้อมประกบ “แบงค์-อัมพิกา” สาวไฮโซเจ้าของธุรกิจส่งออกเครื่องหนังดีกรีนักเรียนนอก

 ”เรื่องนี้แจ๊คเล่นเป็นนักเลงที่คิดว่าตัวเองใหญ่ เพราะเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน ก็เที่ยวตามหาเรื่องเขาไปทั่ว ส่วนน้องแบงค์เขาจะเป็นหมออาสามาจากกรุงเทพ ก็ไปก่อกวนเขา ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าน้องเขา เป็นนักเรียนนอก มารู้ตอนที่ต้องรอเข้าฉากวิ่งหนีปอบ แล้วก็ชวนน้องเขาคุยโน่นคุยนี่นั่นแหละ แหม! เหมือนตอนพี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ) กับแฟนเลย (หัวเราะ) พบรักตอนหนีปอบ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับน้องเขาหรอกนะ แค่แหย่เล่นเท่านั้น เพราะน้องเขาออกจะน่ารัก แต่ผมก็คิดในฐานะพี่น้อง”

ใครที่อยากหัวเราะงอหายกับอีกภาพยนตร์สุดคลาสสิค “บ้านผีปอบ 2008” หนึ่งใน   ผลงานของผู้กํากับรุ่นเก๋า “บรรหาร ไทธนบูรณ์

พร้อมระดมนักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น ณัฐนี สิทธิสมาน, กลศ อัทธเสรี, อัมพิกา เอกสมตัว, รวิช ไรวินท์,วนิดา โกลเดน, แจ๊ค เชิญยิ้ม, หมู บางรัก เตรียมขากรรไกรค้างวันนี้ทั่วประเทศ

หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย

Thursday, September 18th, 2008

หนัง หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย

ชื่อภาษาไทย หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย

จัดจำหน่ายโดย พระนครฟิลม์

กำหนดฉายหนัง 2 ตุลาคม 2551

นักแสดง
อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ( โจอี้ บอย )
เทพ โพธิ์งาม
ชูศรี เชิญยิ้ม
พวง เชิญยิ้ม
โยกเยก เชิญยิ้ม
โน้ต เชิญยิ้ม
โย่ง เชิญยิ้ม
ดำ ตีสิบ
แอนนา ม๊กจ๊ก
กนกวรรณ ใหมอ่อน
รัชฏาวรรณ ภักดีวงษ์
อ้อยใจ แดนอีสาน
อัญชลี พุดทรัพย์
เพชร ดาราฉาย

กำกับการแสดง
บำเรอ ผ่องอินทรีย์

เรื่องย่อหนัง หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย

หลวงพี่โจอี้ ( โจอี้ บอย ) พระใหม่ที่เข้ามาจำพรรษาที่วัดแทนหลวงพี่เท่ง แต่พออยู่วัดได้ไม่นานก็ได้รับคำสั่งให้ไปพัฒนาวัดที่กำลังมีปัญหา ก่อนไปจึงไปลาโยมแม่ที่กำลังป่วย ซึ่งโยมแม่ก็ได้บอกความลับบางอย่างเกี่ยวกับโยมพ่อ และมอบของสำคัญชิ้นหนึ่งให้ไว้

หลวงพี่โจอี้ออกเดินทางไปวัดโคกสะอาด ด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ พอไปถึงก็ปราฎว่าทั้งวัดเต็มไปด้วยฝุ่นละอองจากการระเบิดภูเขา ซึ่งได้รับการบอกเล่าจาก หลวงพี่ศรี ( ชูศรี เชิญยิ้ม ) และหลวงพี่พวง ( พวง เชิญยิ้ม ) ว่าเมื่อก่อนวัดเจริญมากผู้คนเข้ามาทำบุญกันอย่างมากมายเพราะการแหล่ของ หลวงตา ( เทพ โพธิ์งาม ) แต่ปัจจุบันหลวงตาป่วยและไม่สามารถออกมาแหล่ได้เหมือนเคย

ทำให้ไม่มีคนมาทำบุญประกอบกับมีนายทุนมาซื้อที่ดินและทำโรงโม่หิน ใกล้กับบริเวณวัดทำให้เกิดฝุ่นละอองอย่างมากมาย ชาวบ้านก็เกิดเป็นโรคภูมิแพ้ หลวงพี่โจอี้จึงหาวิธีทางต่างๆเพื่อให้ชาวบ้านอยู่รอดได้โดยสงบสุข แต่สิ่งที่หลวงพี่โจอี้ทำ ขัดกับผลประโยชน์ของนายทุนจึงคิดกำจัด หลวงพี่โจอี้ต้องต่อสู้กับตัวเอง และ คนรอบข้าง โดยใช้หลักธรรมในการเอาชนะกับสิ่งต่างๆ

ปืนใหญ่จอมสลัด

Thursday, September 18th, 2008

หนัง ปืนใหญ่จอมสลัด

ชื่อภาษาไทย ปืนใหญ่จอมสลัด

จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล

กำหนดฉายหนัง 9 ตุลาคม 2551

นักแสดง
จารุณี สุขสวัสดิ์
แจ็คเกอลิน อภิธนานนท์
แอนนา รีส
ชูพงษ์ ช่างปรุง
เจษฎาภรณ์ ผลดี
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม
จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม
มนัสนันท์ พัชรโสภาชัย
เมสินี แก้วราตรี
สรพงษ์ ชาตรี
วินัย ไกรบุตร

กำกับการแสดง
นนทรีย์ นิมิบุตร

เรื่องย่อหนัง ปืนใหญ่จอมสลัด

400 ปีที่แล้ว ลังกาสุกะ รัฐอิสระต้องสูญเสีย รายาบาฮาดูร์ ชาห์ จากการถูกลอบปลงพระชนม์ ราชวงศ์ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการสถาปนา องค์หญิงฮีเจา (จารุณี สุขสวัสดิ์) ธิดาคนโตขึ้นเป็นรายาสตรีองค์แรกแห่งลังกาสุกะ แม้รายาฮีเจาจะปกป้องบ้านเมืองอย่างเข้มแข็ง แต่เหล่าแคว้นรอบด้าน รวมทั้งกลุ่มกบฏและโจรสลัดต่าง ๆ ล้วนหมายจะยึดครองดินแดนอันมั่งคั่งแห่งนี้

จนกระทั่ง ยานิส บรี ปราชญ์แห่งอาวุธชาวดัชท์ เดินทางมาพร้อมกับศิษย์เอกนักประดิษฐ์ชาวจีนนาม ลิ่มเคี่ยม (จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม) เพื่อนำมหาปืนใหญ่ อาวุธที่ดีที่สุดไปถวายรายาฮีเจาใช้ป้องกันบ้านเมือง แต่กลับถูกกลุ่มโจรสลัดที่นำโดย เจ้าชายราไว (เอก โอรี) และ อีกาดำ (วินัย ไกรบุตร) จอมสลัดผู้มีวิชาดูหลำอันแก่กล้า ซุ่มโจมตีเพื่อชิงมหาปืนใหญ่ จนทำให้เรือฮอลันดาระเบิด ยานิส บรีถึงแก่ความตาย กระบอกปืนใหญ่จมลงสู่ก้นทะเล เหลือเพียงแต่ลิ่มเคี่ยมเท่านั้นที่ยังรอดชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเป็นเวลากำเนิดของ ปารี (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เด็กชายชาวเลผู้มีคุณสมบัติพิเศษในตัวที่จะสามารถฝึกวิชาดูหลำขั้นสูงได้ ปารีเติบโตเป็นหนุ่ม พร้อมกับสั่งสมทั้งความสามารถและความแค้นในการสะสางอีกาดำที่ทำให้พ่อและแม่ของตนต้องตาย ลิ่มเคี่ยมซึ่งช่วยชีวิตปารีในครั้งนั้นไว้ได้ หลบมาใช้ชีวิตอยู่กับหมู่บ้านชาวเล พร้อมประดิษฐ์อาวุธพิสดารมากมาย และตั้งกลุ่มก่อกวนตัดกำลังโจรสลัดขึ้น

แม้ลังกาสุกะจะมีทหารเอกฝีมือเยี่ยมอย่าง ยะรัง (ชูพงษ์ ช่างปรุง) แต่ฮีเจาก็ยังจำเป็นต้องให้ อูงู (แอนนา แฮมบาวริส) น้องสาวคนเล็กของตนอภิเษกกับ เจ้าชายปาหัง (เจษฎาภรณ์ ผลดี) เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ลังกาสุกะ แม้อูงูจะไม่เต็มใจก็ตาม ขณะที่ยะรังนั้นกลับตกหลุมรัก บิรู (ณัฐรดา อภิธนานนท์) องค์หญิงคนรอง แต่กลับไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกนั้นได้

การต่อสู้ของหลายฝ่ายเริ่มขึ้น จนทำให้ปารีได้มาพบกับอูงู ทั้งคู่หลงไปติดเกาะร้างแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาตัวจากบาดแผล ที่นั่น…ปารีได้ฝึกวิชาดูหลำชั้นสูงจาก อาจารย์กระเบนขาว (สรพงษ์ ชาตรี) ปรมาจารย์ทางดูหลำ และค้นพบว่า ดูหลำคือวิชาที่มีทั้งด้านสว่างที่ทรงพลังและด้านมืดที่น่ากลัว ยากจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้ พร้อมกับที่ความรักของทั้งปารีและอูงูได้งอกงามขึ้น ขณะเดียวกัน ลิ่มเคี่ยมกุญแจสำคัญในการสร้างปืนใหญ่ กลับถูกกลุ่มสลัดจับตัวเป็นเชลยไว้ได้ และถูกบังคับให้ต้องสร้างปืนใหญ่ที่จะนำมาใช้ทำลายล้างรัฐลังกาสุกะ

สงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยลังกาสุกะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะกองทัพโจรสลัดกลับสามารถกู้มหาปืนใหญ่ในตำนานนั้นจากก้นทะเลไว้ได้ ลังกาสุกะเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง มีเพียง ยะรังนักรบผู้กล้า ปัญญาของลิ่มเคี่ยม อูงูผู้พร้อมสละทั้งชีวิตและความรักเพื่อแผ่นดิน และพลังดูหลำอันลึกลับของปารีเท่านั้น ที่จะต่อกรกับแสนยานุภาพจากกองทัพโจรสลัดเอาไว้ได้

อีติ๋มตายแน่

Thursday, September 18th, 2008

หนัง อีติ๋มตายแน่

ชื่อภาษาไทย อีติ๋มตายแน่

จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม

กำหนดฉายหนัง 9 ตุลาคม 2551

นักแสดง
อุดม แต้พานิช
ASUKA
คริส หอวัง
เก่ง ชาติชาย งามสรรพ์
เหมี่ยว ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
บอมบ์ สินเจริญบราเธอร์ส
บอย สินเจริญบราเธอร์ส

กำกับการแสดง
ยุทธเลิศ สิปปภาค

เรื่องย่อหนัง อีติ๋มตายแน่

ไอ้ตึ๋ง หรือ ฟ้าสะท้าน ส.สะพานปลา (อุดม แต้พานิช) เป็นนักมวยที่ขึ้นแสดงประจำสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพัทยา เขาเป็นชายหนุ่มที่เข็ดขยาดในเรื่องรักจนไม่กล้าริมอบหัวใจให้กับสาวคนไหน แต่แล้วกลับไปตกหลุมรัก อิเตมิ หรือ อีติ๋ม (อาซึกะ) นักท่องเที่ยวสาวจากแดนปลาดิบที่มาหลงเสน่ห์เมืองไทยเข้าอย่างจัง ด้วยความน่ารักอ่อนหวานของอีติ๋ม

ไอ้ตึ๋งจึงลุกขึ้นมารวบรวมแรงฮึดทั้งพลังกายพลังใจ พิสูจน์ศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายให้สาวเจ้ารู้ว่าเขานี่แหละคือ ชายหนุ่มที่คู่ควร ขณะเดียวกันนั้น มะขิ่น (คริส หอวัง) สาวกะเหรี่ยงจากแม่ฮ่องสอน ที่หารายได้อยู่ในพัทยา ด้วยการขายของจิปาถะสารพัดอย่าง ก็แอบชอบไอ้ตึ๋งอยู่เงียบๆ