Archive for September, 2008

ลือกระหึ่ม ลูกเกด ท้องเตรียมเป็นคุณแม่มือใหม่

Tuesday, September 30th, 2008

หลังจากที่ดารานางแบบสาว “ลูกเกด-เมทินี กิ่งพโยม” ได้สละโสดเข้าพิธีวิวาห์

    กับสามีหนุ่มชาวอังกฤษ “เอ็ดเวิร์ด ชาร์พเพิร์ล” ไปนานแล้ว ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูว่า เมื่อไหร่สาวเกดจะมีข่าวดีว่าจะมีน้องสักที ซึ่งที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถาม แต่สาวเกดก็ยังไม่ยอมเปิดใจว่า ตนเองมีข่าวที่น่ายินดีแล้วหรือยัง

    ล่าสุดสาวเกดได้มาร่วมงาน ยุวฑูต ยู เอส เอ แฟร์ ที่ห้างสยามพารากอน ผู้สื่อข่าวจึงเข้าไปสอบถามถึงกระแสข่าวที่มีออกมาว่า ตอนนี้สาวเกดกำลังตั้งท้องแล้ว สาวเกดได้เปิดใจว่า “ตอนนี้ถ้าจะให้โฟกัสเรื่องท้อง ก็ยังไม่อยากให้โฟกัสตรงนั้น แต่ถ้าถามว่าตอนนี้หยุดรับงานแล้วหรือยัง ก็คงบอกได้ว่าถ้าเป็นงานหนักก็คงหยุดแล้ว แต่ก็ยังคงดูและรับงานที่ไม่หนักจนเกินไป”

    ส่วนที่ผ่านมาได้มีผู้สื่อข่าวมาถามแล้วสาวเกดไม่ได้บอก ก็เพราะว่า ทางฝรั่งเขาถือว่า ถ้าบอกก่อนว่ามีลูกและบอกถึงว่าอายุครรภ์ แล้วลูกจะหลุด  ส่วนจะมีลูกเป็นลูกชายหรือลูกสาวก็ได้ทั้งนั้น


ทาทา เปิดใจคืนของหมั้นให้ เปรม แล้ว

Tuesday, September 30th, 2008

“ทาทา” เปิดใจ คืนสินสอด “สร้อยเพชร” กับ “ต่างหูเพชร” ให้อดีตคู่หมั้น “เปรม บุษราคัมวงศ์” แล้ว

     หลังบินด่วนจากเยอรมันมาร่วมงานเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “รักสวยรักงาม” ของเพื่อนซี้ “เก๋-ชลลดา เมฆราตรี” วันนี้ (29 ก.ย.) ที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเคลียร์ข่าวแมสเสจหวานหยดจาก “อิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์” แค่ฝากซื้อของ ส่วนตอนนี้หัวใจยังว่างมีแต่ “หมาตัวใหม่”เป็นเพื่อนรู้ใจ

     คุณพ่อของเปรม (บรรจง บุษราคัมวงศ์) ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวีรายการหนึ่งว่า อยากได้สร้อยเพชรกับต่างหูเพชรคืน? “ทาทาคืนไปหมดแล้วนะคะ ทั้งสร้อยแล้วก็ต่างหู ไม่ได้มีอะไรที่ติดค้างกันนะคะ เป็นความตั้งใจของทาทาเองด้วยที่จะคืนให้”

     กับ “เปรม”  วันนี้อย่างที่ทาทาบอกเสมอคือเรายังเป็นเพื่อนกัน ยังมีความรู้สึกดีๆต่อกัน ที่ผ่านมาทาทาไม่ได้อยู่ กทม.อยู่ที่เยอรมัน  เลยไม่ค่อยได้รู้เรื่องข่าวที่เกิดขึ้นซักเท่าไหร่  หลายคนมองว่า ทาทา ทำใจได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้ง่ายๆหรอกค่ะ” 

     ข่าวว่ามีแมสเสจหวานๆจาก “อิ๊ก” ส่งไปให้ตลอด? “ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นแมสเสจที่เค้าฝากซื้อหมูแฮมจากเยอรมัน แค่นี้เองค่ะไม่มีอะไรจริงๆ ที่ผ่านมาทาทาไม่ได้อยู่ กทม.ทำงานอยู่ที่เยอรมัน  เพื่อนๆทุกคนน่ารักมาก โทรหาแล้วก็มีบินไปเยี่ยมที่โน่นด้วย ทาทาเองก็ทำงานตลอด ค่าโทรศัพท์ก็แพงมากด้วย”

     ปิดตัวเองรึเปล่ากับรักครั้งใหม่? “เอาเป็นว่าตอนนี้ทาทา มีแฟนใหม่แล้วค่ะ เป็นสมาชิกใหม่ชื่อเจ้า “มีตังค์” เป็นหมาตัวใหม่ของทาทา เอง ที่ตั้งชื่อนี้เพราะจะได้มีเงินเข้าเยอะๆ จะได้รวยๆ มีเค้าแล้วชีวิตมีความสุขขึ้น เลยไม่อยากคิดถึงเรื่องอื่น แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ”

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่างานนี้ที่หลายคนจับตาว่า “เปรม บุษราคัมวงศ์”จะเดินทางมาปรากฏตัวพร้อม “ทาทา”หรือไม่ ก็ได้รับแจ้งจากทางประชาสัมพันธ์ว่า ขณะนี้ “หนุ่มเปรม”อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ได้ส่งช่อดอกไม้มาแสดงความยินดีแทน

เจสสิก้า อัลบา รีดฉุกลับมาสวยเช้ง

Tuesday, September 30th, 2008

เคยครองตําแหน่งสาวเซ็กซี่ที่สุดในโลก

       จากหลายสํานัก มาหลายปี จนเมื่อยัยเจส “เจสสิก้า อัลบา” ดาราสาววัย 27 ตัดสินใจไปเป็นคุณแม่ และคลอดลูกสาว “ออเนอร์ มารี วาร์เร็น” ให้สามีโปรดิวเซอร์หนุ่ม “แคช วาร์เร็น” สมใจไปเมื่อ 4 เดือนก่อน เลยพาลถูกหนุ่มๆ คัดชื่อออกจากทําเนียบสาวในฝัน โทษฐานที่ปล่อยรูปร่างให้อวบฉุ

แต่เห็นภาพนี้แล้ว หนูหนิม ว่า บรรดาหนุ่มตกมันคงต้องกลับไปคิดใหม่ เป็นภาพล่าสุดของ เจสสิก้าในชุดบิกินี่สีขาว เดินอุ้มลูกสาว เที่ยวที่ชายหาด Cabo San Lucas ในเม็กซิโกกับเพื่อนๆ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พิสูจน์ว่าการมีลูกนอกจะไม่ได้ทําร้ายหุ่นอันเซ็กซี่ของเธอแล้ว ยังทําให้หน้าอกหน้าใจของเธอท้าทายสายตามากขึ้นเป็นกอง!!

แต่สิ่งที่สําคัญกว่าของคุณแม่ หนูน้อยออเนอร์ ไม่ใช่หุ่นอันสวยงาม แต่การที่เธอและแฟนหนุ่ม แคช วอร์เร็น ต้องการก็คือมีลูกมากที่สุดเท่าที่จะทําได้

“ฉันอยากจะมีลูกมากกว่านี้เท่าที่ร่างกายของฉันจะแบกรับไหว และหลังจากนั้นฉันจะต่อด้วยการรับเด็กมาเลี้ยงถ้าฉันอยากจะมีน้องอีก

…แคชก็มีความปรารถนาแบบเดียวกับฉัน เขาอยากจะรับเด็กมาเลี้ยงและสร้างครอบครัวใหญ่ และเชื่อในครอบครัวที่ผูกพันกันไปตลอดกาล มันจะเกิดขึ้นแน่ๆ ถ้าเราต้องการอย่างนั้นจริงๆ”

ท้องได้ก็ท้องไป แต่อย่าให้ท้องลาย จนตกหล่น และหายไปจากทําเนียบสาวเซ็กซี่แล้วกันนะคะน้องเจสขา

แจ๊ค ซึ้งน้ำตาซึม อัลบั้มส่งท้ายแรง

Tuesday, September 30th, 2008

ประกาศแยกวงเพราะ “แจ๊ค-จารุพงศ์ กล้วยไม้งาม”

      ขออําลา “เต้, เชน, ปั่นจั่น” และวง “ไนซ์ ทู มีท ยู” เพี่อไปเรียนต่อ แต่ก่อนจาก “หนุ่มแจ๊ค” ก็ได้ซึ้งจนน้ําตาซึม เมื่ออัลบั้มทิ้งทวน “ไนซ์ ทู มีท ยู เฟรนด์ชิพ ฟอร์เอเวอร์ สเปเชี่ยล อัลบั้ม” ได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงอย่างอบอุ่น ซึ่ง “หนุ่มแจ๊ค” เปิดใจว่า

“อัลบั้มนี้เป็นผลงานชุดพิเศษที่เราทําขึ้นมาเพื่อให้แฟนเพลงของเราทุกคน ได้เก็บทุกความประทับใจให้อยู่ในความทรงจําตลอดไป ตอนที่บอกแฟนเพลงว่าจะต้องแยกจากวง เพื่อไปเรียนก็ใจหายนะ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ก็ยังมีกําลังใจที่ทุกคนเข้าใจ เลยส่งอัลบั้มนี้ฝากทุกคนเพื่อจะได้นึกถึงเรื่องราวดีๆ ที่เราเคยทําร่วมกัน  และหลังจากปล่อยเพลงนี้ไปไม่นาน ได้ยินพี่ๆ ทีมงานเล่าให้ฟังว่า ฟีดแบคได้รับการต้อนรับดี แจ๊คได้ยินอย่างนั้น ก็อดน้ําตาซึมไม่ได้ เป็นความภูมิใจที่แม้วันหนึ่ง เราจะต้องไปจากเขา แต่ทุกคนก็ยังเป็นกําลังใจให้เราอย่างอบอุ่น ขอบคุณมากๆ ครับ

และความพิเศษของอัลบั้มนี้ ยังมีเพลงพิเศษ “เฟรนด์ชิพ ฟอร์เอฟเอวร์” บรรจุอยู่ในบ็อกซ์เซ็ต มีทั้ง ซีดี ,วีซีดี,ภาพเบื้องหลังเอ็มวีเพลงพิเศษ และเด็ดสุด จะมีสมุดเฟรนด์ชิพ รวมภาพของพวกเรา 4 คน ไว้ด้วย นับเป็นการรวบรวมความทรงจําที่ดีที่สุดไว้แบบสมบูรณ์ คงทําให้หายคิดถึงกันได้นะครับ”

ไทยเทเนี่ยม การันตี ฮิปฮอป เฟสติวัล มันส์แน่

Tuesday, September 30th, 2008

ผุดโปรเจคคอนเสิร์นยักษ์แห่งปี

      เพื่อเอาใจคอฮิปฮอปโดยเฉพาะ 3 ศิลปินหนุ่ม “เดย์, เวย์, ขัน” ผู้ก่อตั้งบริษัท “ไทยเทเนี่ยม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จํากัด” ร่วมกับ “บริษัท เอ็ฟยูพีเอ็ม” นําเสนอ “Yaris” Presents “Asian Hip Hop Festival”  (The 1st Asian Hip Hop Festival ever) เวทีที่รวมพลศิลปินฮิปฮอป โซนเอเชียไว้มากที่สุด 8 ศิลปิน 8 ประเทศ  โดย 3 หนุ่มเปิดใจว่า

“คอนเสิร์ตครั้งนี้ เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อให้แฟนเพลงฮิปฮอปได้มาจอยกัน โดยเราแบ่งพื้นที่เป็น 2 อันแรกพื้นที่ด้านนอก จัดเป็นงานฮิปฮอป  เฟสติวัล ที่นําเอาวัฒนธรรมเกี่ยวฮิปฮอปมาจัดแสดงไว้อย่างละลานตาตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. สนใจรับบัตรฟรีได้ที่  Virgin Radio, Central world และ MTV

สําหรับโซน 2 คือคอนเสิร์ตขายบัตรในอิมแพ็ค วงเรารับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ จากนั้นก็ตามด้วย Joe  Flizzow,  24 Herbs, Beat- mathics, MC Hot Dog, One Sun & Maximum Crew, Zeebra

พร้อมกับ 1 ศิลปินฮิปฮอปดังคือ Nas (นาส) รับประกันว่างานนี้  มันส์แน่นอนครับ  หาบัตรกันตอนนี้ยังทัน คอนเสิร์ตมีวันที่ 11 ต.ค.นี้ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คลิก ไปดูข้อมูลได้ที  www.asianhiphopfest.com หรือ www.fupm.biz  และ  www.thaitanium-ent.com 


กอล์ฟ-ไมค์ โชว์อุ่นเครื่อง แถลง เก็ท เรดี้ คอนเสิร์ต

Tuesday, September 30th, 2008

ปิดห้อง ออดิธอเรี่ยม ชั้น 21 แกรมมี่ฯ

      จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “เพียวริคุ กอล์ฟ ไมค์ เก็ท เรดี้ คอนเสิร์ต” ไปแล้ว 2 หนุ่มสุดฮอต “กอล์ฟ-ไมค์” (พิชญะ-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล) งัดแสต๊ปแด๊นซ์มาอวดให้แฟนเพลงโยกตามอุ่นเครื่องกันก่อนอย่างสนุกสนาน

โดย 2 หนุ่มเปิดงานด้วย “LET’S GET DOWN” ท่ามกลางเสียงกรี๊ดรับ ของแฟนคลับที่มาร่วมให้กําลังใจ เสร็จแล้วทั้งคู่ ก็ขอพักเบรกด้วยการนั่งเปิดใจให้สัมภาษณ์ ถึงความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะโชว์ในรูปแบบคอนเสิร์ตซ้อนคอนเสิร์ต

ให้เวลาเปิดใจพอหอมปากหอมคอแล้ว “กอล์ฟ” และ “ไมค์” ก็ปิดท้ายงานแถลงข่าว ด้วยการนําเพลงซึ้งๆ “ยิ่งรักยิ่งเจ็บ” จากอัลบั้มใหม่ “GET READY” มาชวนแฟนๆ ช่วยร้อง  ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะเหล่าสาวกพร้อมใจกันตะเบงเสียงลั่นห้องแถลงข่าว

นับเป็นการวอร์มลูกคอ ก่อนจะได้ไปร่วมตื่นตากับคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 18 ต.ค. ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก อย่างอบอุ่น


อนันดา สะใจของขึ้นถล่มถ้ำโจรสลัดยับเยิน

Tuesday, September 30th, 2008

เป็นอีกฉากไฮไลท์สุดมันของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

      “ปืนใหญ่จอมสลัด” เมื่อ “ปารี” (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ผู้นําของเหล่าชาวน้ำเปิดศึกล้างแค้นฝ่ายโจรสลัดด้วยการ “ระเบิดถ้ำอีกาดํา” ฐานที่มั่นฝ่ายโจรสลัด นําโดย “เจ้าชายราไว” (เอก โอรี) และ “อีกาดํา” (วินัย ไกรบุตร) ให้สิ้นซาก

ฉากนี้ “เอก เอี่ยมชื่น” ผู้ออกแบบงานสร้างมือหนึ่งของไทย เนรมิตถ้ำลูกเสือ จ.พังงา (ฉากภายใน) และที่ถ้ำสระยวนทอง จ.กระบี่ (ฉากภายนอก) ให้เป็น “ถ้ำอีกาดํา” สุดน่ากลัว โดยพระเอกสุดฮอต “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” เปิดใจฉากที่ต้องเล่นกับไฟนี้ว่า

“โอ้โห…เท่าที่เจอมาไม่มีอะไรเทียบกับเรื่องนี้เลย ก่อนถ่ายฉากนี้ก็คุยกันตั้งแต่เปิดกล้อง พี่เอกรับรางวัลไปเหอะ แกได้รางวัลตั้งแต่แกสร้างแล้ว (หัวเราะ) มันแบบโอ้โห…มันอลังการในทุกๆ ฉากก็ว่าได้

อย่างฉาก ในถ้ำอีกาดําฝ่ายโจรสลัดนั่นก็เป็นฉากหนึ่งที่ชอบมาก มันอลังการไง ก่อนทํางานจริงผมต้องซ้อมอยู่เยอะเพื่อความสมจริง เพราะการเล่นกับไฟและของร้อนมันเป็น  ยังไง แต่เสียดายได้เข้าไปถ่ายอยู่ไม่กี่ครั้ง ยิ่งกว่านั้นคือช็อตสุดท้ายที่จะใช้กับฉากนี้ คือระเบิดทิ้งด้วย ตอนแรกก็เสียดายนะ  แต่ทําไงได้ เพื่อภาพที่ต้องการ  ให้ออกมาสวยก็ต้องยอม แล้วก็ตัวละครที่ผมแสดงสร้างความ  ลําบากใจที่ต้องไปยืนตรงที่หน้าสะพานปลา ที่ยื่นออกมาจากฉากที่เซ็ต แล้วเบื้องหลังเป็นภาพของถ้ำที่ต้องระเบิดมันทิ้งจริงๆ มันก็ลุ้นไปพร้อมกับความร้อนด้วย คือทีมงานทุกคนก็ลุ้นกันมากว่ามันจะเหมือนจริง หรือเปล่า แค่ฉากนี้ฉากเดียวผมก็แทบแย่เลย มีสะเก็ดนิดๆ พุ่งมาหาด้วย แต่ก็โชคดีที่หลบทัน ใครอยากรู้ว่าฉากนี้ผมทุ่มแค่ไหนต้องไปดูกันเองมีทั้งเสาล้ม มีทั้งระเบิดตูม ทุกอย่างพังกระจายหมดเลย สะใจดี”

MY BEST FRIEND’S GIRL แอ้มด่วน..ป่วนเพื่อนซี้

Tuesday, September 30th, 2008

“อเล็กซิส” สาวสวย เก่ง แน่วแน่

      คือสาวในฝันของ “ดัสติน” แต่หลังจากคบหากันได้เพียงแค่ 5 อาทิตย์ “ดัสติน” ที่หลงรัก “อเล็กซิส” หัวปักหัวปําเริ่มรู้ตัวว่า “อเล็กซิส” กำลังตีตัวออกห่างจากเขา  “ดัสติน” ที่กําลังเสียใจและหวังจะได้หัวใจเธอคืนมา จึงหันไปปรึกษา “แทงก์” เพื่อนซี้ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องหญิง

แทงก์” ซึ่งถนัดในเรื่องจีบและหักอกสาว มักจะได้รับการว่าจ้างจากบรรดาผู้ชายที่เพิ่งโดนแฟนทิ้งมาหมาดๆ ให้ตามจีบแฟนเก่าของพวกเขาและพาออกเดทในแบบที่ถือว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิตของพวเธอ อันจะเป็นประสบการณ์สุดย่ำแย่ที่จะทําให้สาวๆ เหล่านั้นตัดสินใจกลับไปหาแฟนเก่า


Star Wars The Clone Wars สตาร์ วอร์ส สงครามโคลน

Tuesday, September 30th, 2008

กาแล็กซี่ถูกสงครามโคลนกลืนกินสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่

      ระหว่างขบวนการแบ่งแยกชั่วร้าย และกองทัพดรอยด์กับบรรดาเจไดผู้ปกป้อง เพื่อให้ได้เปรียบในความขัดแย้งที่ทวีขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด อัศวินเจได อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และอาโซก้า ทาโน่ พาดาวัน ฝึกหัดของเขา ถูกส่งเข้าสู่ภารกิจที่ทําให้เกิดผลอันไกลเกินเอื้อม หนึ่งในนั้นคือการเผชิญหน้ากับจอมอาชญากรชื่อก้อง แจ็บบ้า เดอะฮัตต์

ผนวกกับอันตรายนานาชนิดที่คอยพวกเขาอยู่บนดาวทาทูอีน อนาคินและอาโซก้าถูกตามไล่ล่าจากเคาน์ทดูกู และเหล่าสมุนตัวร้ายรวมทั้งอาซาจจ์ เวน
เทรสผู้ลึกลับ ซึ่งไม่ยอมหยุดยั้งจนกว่าจะแน่ใจว่าเหล่าเจไดแพ้ราบคาบ ในขณะเดียวกันทางแนวหน้า โอบีวัน และอาจารย์โยดา เป็นผู้นําแห่งกองทัพโคลนที่ห้าวหาญในการต่อต้านกองกําลังด้านมืด

เหตุผลที่ควรดู : เมื่อพ่อมดฮอลลีวู้ด จอร์จ ลูคัส นําเอาสุดยอดภาพยนตร์มหากาพย์สตาร์วอร์ส มาขึ้นจอ ในรูปแบบการ์ตูน มีหรือที่สาวกสตาร์วอร์ส จะยอมพลาด


นุ่น กร้าวมีรักไม่เคยติสท์

Tuesday, September 30th, 2008

เพราะแรกๆ ยังไม่ยอมเปิดปากว่าเป็นแฟนกับ

       “ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร“เลยทําให้นางเอกมาดทอม “นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ถูกมองว่าที่ติสท์แตกแสดงความเป็นตัวตนออกมานั้นเป็นนิสัยและพฤติกรรมของตนเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว

ยิ่งพักหลังมักจะโดนสื่อมวลชนรุมเร้าทักถามถึงเรื่องราวความรักบ่อยๆ เธอก็จะพยายามถ้อยทีถ้อยอาศัยตอบแบบน้อยๆ ไม่เยอะแยะ เหตุเพราะต้องการสงวนท่าทีในความเป็นหญิงไว้บ้างนั่นเอง

แหม! ถ้าไม่บอกก็ไม่มีคนรู้ จริงมั้ยตัว เอาเป็นว่าวันหลังพี่จะถามน้อยๆ แต่พองามนะน้อง เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจะพลาดทําให้ “ท็อป” หงุดหงิดไม่รู้ด้วยแหละ

บอล-ฟ้า มองความรักคือการให้

Tuesday, September 30th, 2008

ย้อนดู “ความรักคนดัง” คู่นี้ ที่บรรดาเซียนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู

      ว่าน่าจะไปไม่รอดฝั่ง ซึ่งมีกระแสข่าวออกมากันตั้งแต่ต้นปี แต่นั่นเพียงแค่ “ข่าวลือ” เท่านั้น แต่ “ข่าวจริง” นั้น พิสูจน์ให้เห็นกันวันนี้แล้ว “ทั้งคู่ยังรักกันหวานชื่น

เพราะว่า “ความรัก” ต่างวัฒนธรรมคู่นี้นั้น เป็นที่รู้กันดีว่า “บอล” นั้น ถือว่าเป็น “นักกีฬาเทนนิส” ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง และยังเป็นขวัญใจคนไทย เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างชื่อเสียงให้กับวงการกีฬา และประเทศชาติ

ขณะเดียวกัน “ฟ้า-นาตาลี” เคยรับตําแหน่งนางงามจักรวาลที่ประเทศไทย ทั้งคู่เกิดความประทับใจ เรียนรู้วัฒนธรรมไทย ในที่สุดได้เป็นแฟนกัน

สามี-ภรรยาทั้งสองคนนี้ ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เพราะเขาเป็นคนดัง ไปทํางานที่ไหน มักจะตกเป็น “ข่าวเกรียวกราว” ด้วยความที่เขาเป็น “คนดังทั้งคู่” ในวงการกีฬาและนางงาม ต่างคุ้นหูคุ้นตาทั้งสองคน

แต่วันหนึ่ง “บอล-ฟ้า” ไม่ได้มีโอกาสออกงานคู่กัน และห่างเหินกันบ้าง เพราะว่าทั้งสองคนเขามีงานยุ่ง ทั้งเรื่องธุรกิจส่วนตัว โดยเฉพาะ “น้องฟ้า” นั้น เขาต้องเดินทางไปติดต่องานต่างประเทศให้เห็นบ่อยครั้ง

ปล่อยให้ “สามีสุดที่รัก” เกิดความเดียวดาย ต้องถูกจับตามองจากสังคม ว่าทั้งคู่อาจ “รักจืด” ไปบ้าง ด้วยความที่ต่างคนต่างทํางาน ไม่ค่อยได้ออกงาน ถึงกระนั้น พอที่จะพิสูจน์ให้เห็นแล้ว วันนี้ “ความรัก” ยังเหนียวแน่น เพราะถ้าหากไม่รักกันจริง คงไม่ได้เห็นภาพหวานชื่น “บอล-ฟ้า” ควงคู่ออกมากันต่อเนื่องในระยะนี้

เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งสําหรับ “คนไทย” ที่ได้ศรีภรรยาคนสวยชาวต่างชาติ บางครั้งอาจสื่อสารในเรื่องวัฒนธรรม อารมณ์ ติดขัดบ้าง

แต่เมื่อทั้งสองคนมีความรักที่ดีต่อกัน จะให้อภัยซึ่งกันและกันนั้น คงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะความรักนั้นเป็นเรื่องคนสองคน หากคนหนึ่งแข็ง และคนหนึ่งอ่อนโยน ย่อมไปด้วยกันได้ไม่ยาก

บอล-ฟ้า” คู่รักที่ครองเรือนกันมาอย่างราบรื่น วันนี้ “ฟ้า” เข้าใจนิสัย  คนไทย และเรียนรู้อารมณ์ได้อย่างละเอียดอ่อนมากขึ้น ขณะเดียวกัน “ฟ้า” เองเขาปรับตัวได้รวดเร็ว เรื่องนี้ “บอล” ในฐานะสามีที่แสนดี น่าจะช่วยกันทนุถนอมความรักให้ยาวนาน    

น้องฟ้า” คืออีกดวงใจหนึ่ง ที่ต้องช่วยกันรักษา ส่วนเรื่องที่ผิดใจ หรือ ไม่ได้ดังใจนั้น คงเกิดขึ้นบ้างตามวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ไม่มี “คู่รักคู่ไหน” ที่ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน

สิ่งสําคัญนั้น อยู่ที่ความพอดี และรู้จักให้อภัย ซึ่ง “น้องฟ้า” โชคดีมาก เพราะว่ามีแฟนเป็นนักเทนนิสระดับโลก ซึ่ง “บอล” น่าจะนําความมีน้ำใจเป็นนักกีฬามาประยุกต์ใช้ในการครองเรือนได้ไม่ยากนัก

เพราะเชื่อว่าการมีสมาธิในการตัดสินใจทําอะไรลงไปนั้น รวมทั้งการควบคุมอารมณ์บนคอร์ต “เทนนิส” นั้น น่าจะไม่ต่างจากการควบคุมอารมณ์ “ความรัก” มากนัก เห็นภาพสามี-ภรรยาคู่นี้มาตีเทนนิสที่ลานสยามพารากอน ดูอ่อนหวาน น่ารักอย่างยิ่ง

น่าจะสะท้อนให้เห็น “ความรักคือการให้” ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งวัตถุและความอบอุ่น..ไม่จางหายไปจาก “หัวใจพี่บอล” แน่

หยาด ขึ้นแท่นลูกรัก อาเปี๊ยกไม่กล้าดุ

Tuesday, September 30th, 2008

แม้ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงฟาดเคราะห์

       เพราะสาว “หยาด-หยาดทิพย์ ราชปาล” เพิ่งเสียทรัพย์ไปตั้ง 2 ล้าน แต่โชคดีที่ละคร “สุดแดนหัวใจ” กําลังเรทติ้งดี สาวหยาดเลยดีใจไปเปลาะหนึ่ง แถมเรื่องนี้เธอยังเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้จัดอย่าง”อาเปี๊ยก-พิศาล” เสียด้วยสิ ไม่รู้ว่าสาวคนนี้เธอมีดีอะไรนะ

“ตอนแรกๆ หยาดก็กลัวเพราะฉายาอาเปี๊ยกน่ะบอกว่าดุมาก แต่พอมาเจอตัวจริงเป็นคนตลกและน่ารักมากค่ะ หยาดขอบอกเลยว่าอาไม่ดุเลย หรือว่าเขาดุแล้วแต่เราไม่กลัวก็ไม่รู้นะ แต่ที่แน่ๆ คืออาเปี๊ยกเป็นผู้กํากับจอมละเอียดมาก เพราะจะคอยบอกตลอดเพราะอยากให้ละครออกมาดี

พอถึงฉากหวานๆ อาก็จะมีมุมที่น่ารักๆ จะถ่ายทอดซีนออกมาน่ารักมากเพราะอาจะเล่นให้ดูก่อนทุกครั้ง แถมยังใจดีชอบแจกเงินให้เด็กๆ บนดอยที่มาเข้าฉากแต่ต้องให้เด็กมาร้องเพลงให้ฟังคนละ 1 เพลง เพราะอยากให้รู้ค่าของเงินไม่อยากให้ได้เงินไปง่ายๆ ส่วนที่ว่าอาเปี๊ยกเอ็นดูหยาดก็ดีใจค่ะ เราก็ทํางานให้อาเต็มที่

ส่วนเรื่องอื่นคงต้องให้อาเปี๊ยกเค้าชวนก่อนนะคะ หยาดพร้อมเล่นด้วยเสมอ”

พิ้งกี้ ดีใจผู้ใหญ่ไฟเขียวพร้อมโกอินเตอร์

Tuesday, September 30th, 2008

หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ผู้ใหญ่ทางช่อง 7ไม่อนุญาตให้นางเอกสาวตาคม

     “พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช” ไปเล่นหนังอินเดียนั้น ล่าสุดก็มีข่าวดีออกมาว่า ทางผู้ใหญ่ได้ไฟเขียวให้สาวพิ้งกี้เตรียมตัวโกอินเตอร์แล้ว ซึ่งสร้างความดีใจให้กับสาวตาคมเป็นอันมาก

    โดยสาวพิ้งกี้กล่าวว่า “ที่ว่าจะไปเล่นหนังอินเดีย ตกลงเป็นประมาณต้นปีหน้าแน่นอนค่ะ ส่วนชื่อเรื่องอะไร ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ เพราะจริงๆมีโปรดิวเซอร์ที่เขาติดต่อมา 2 ที่ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเอาเล่นเรื่องไหน ตนเองได้คุยกับผู้ใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราไปแป๊ปเดียว เหมือนกับว่าเราไปเที่ยวต่างประเทศ ระยะเวลาถ่ายทำน่าจะประมาณ 1 เดือน ตอนนี้มีการเตรียมตัวเรื่องภาษาอินเดีย แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปเรียนก็คงต้องพูดภาษาอังกฤษ”

    มีส่วนไหนที่ทำให้รู้สึกหนักใจบ้าง “ก็หนักใจเรื่องการเต้น และก็เรื่องภาษา แล้วคนอินเดียเขาเล่นหนัง เขาจะเล่นกันละเอียด มันทำให้เราต้องศึกษาอีกเยอะ” พิ้งกี้กล่าว


ใหม่ โต้ข่าวมือเสี้ยมพา ลูกตาล ซบวิก 3

Tuesday, September 30th, 2008

กำลังกลายเป็นกระแสคึกโครมเมื่อจู่ๆ นางเอก 7 สี อย่าง “ชมพู่” ประกาศตัวย้ายช่องไปเป็นลูกรักช่อง 3 อย่างเป็นทางการแล้ว

      ล่าสุดนางร้ายเซ็กซี่ “ลูกตาล-อาริษา วิลล์” ก็เตรียมตัวซบอกช่อง 3 อีกราย งานนี้เลยเมาธ์กันสนั่นว่า รุ่นพี่ค่ายนมเปรี้ยว  “ใหม่-สุคนธวา เกิดนิมิต” ที่สร้างตำนานนางร้ายข้ามวิก เป็นคนอยู่เบื้องหลัง เสี้ยมรุ่นน้องจนตัดสินใจย้ายช่องในที่สุด

     เมื่อผู้สื่อข่าวมีโอกาสเจอะเจอนางร้ายผิวเข้ม  “ใหม่-สุคนธวา เกิดนิมิต“ในงานฉลองครบรอบ 13 ปี  ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เลยเข้าไปถามไถ่เรื่องนี้ เจ้าตัวถึงกับร้องจ๊าก พร้อมกับปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา

     มีข่าวออกมาว่า “ใหม่” เป็นคนชวนให้ “ลูกตาล” ย้ายมาช่อง 3 ? “จริงเหรอพี่ โอ๊ย !ไม่หรอกค่ะถ้าใหม่มีอำนาจขนาดชวนลูกตาลมาช่อง 3 ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ใหม่ไม่มีอำนาจขนาดนั้นหรอกค่ะ เป็นนักแสดงคนหนึ่งเท่านั้นเอง

     ยืนยันตรงนี้เลยว่าไม่เคยค่ะ ไม่เคยชักชวน แต่ถ้าถามว่ามีการแนะนำอะไรกันมั๊ย ก็มีคุยกันบ้างตามประสาพี่น้องน่ะค่ะ ปรึกษากันเฉยๆ ใหม่เชื่อว่าไม่ว่าน้องเค้าจะอยู่ค่ายไหนช่องไหน มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวน้องเค้า แล้วมันเป็นทางเลือกของน้องเค้า ใหม่ไม่ได้ชักชวนแน่ๆ ถ้ามีอำนาจจริงใหม่คงทำอะไรให้ตัวเองดีกว่ามั๊ย

     ที่คุยกับน้องเค้า ใหม่แค่บอกเค้าว่าควรทำตัวยังไง กี่ปีก็ต้องทำตัวให้เสมอต้นเสมอปลาย อย่างใหม่เองสามารถทำงานได้ทุกค่าย เราไม่ต้องกลัว รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะใหม่เองก็ไม่เคยทำหน้าที่นักแสดงของตัวเองบกพร่องนะ ไม่เคยมาสาย มากองถ่ายตรงเวลา ที่สำคัญคือต้องทำการบ้าน เลยโชคดีมีงานเข้ามา ก็เลยบอกน้องเค้าไปแค่นี้ค่ะ น้องเค้าเองไม่ได้คุยอะไรมาก เรื่องแบบนี้ใหม่เองก็ยังเป็นเด็ก จะไปให้คำปรึกษามากกว่านี้คงไม่ดี ไม่เท่ากับน้องคุยกับทางผู้ใหญ่เองดีกว่า

     กระแสว่าจะกลับไปร่วมงานกับช่อง 7 ? “ใหม่ก็ยังจงรักภักดีกับช่อง 7 นะ ใหม่เป็นเด็กธรรมดาคนนึงทำงานตามที่ผู้ใหญ่สั่งก็เท่านั้น ตอนนี้ก็กำลังจะมีละครกับช่อง 7 ด้วย ใหม่ทำงานได้ทุกช่อง กับข่าวที่ออกมาถ้าชวนลูกตาลจริงงั้นใหม่ขอให้ตัวเองเป็นนางเอกช่อง 3 เลยก็แล้วกัน ใหม่ก็สนิทกับผู้ใหญ่ทุกคน กับพี่ๆนักข่าวบางคนก็สนิท ชวนใครมาไม่ใช่หน้าที่ของใหม่มันดูเกินหน้าที่แล้ว

     เห็นว่า “ใหม่” พา “มัติ” ไปช่อง 3 อีกคน? “มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ทางดัชชี่ เค้าเรียกให้มัติเข้าไป ใหม่แค่แนะนำเวลาเค้ามาปรึกษาเล็กๆน้อยๆแค่นั้นเองพี่ อย่างที่บอกใหม่กับมัติเราก็คือเพื่อนกัน ถึงใครจะมองยังไง มองว่าเราเคยคบกัน ใหม่ว่าใหม่ไม่เคยพูดว่าเราคบกันนะ เรื่องพาใครไปทำงาน ไม่ใช่ว่าใหม่จะเป็นเจ๊ดันให้ใครได้ง่ายๆ  ตัวเองยังดันตัวเองไม่ค่อยรอดเลย” ใหม่-สุคนธวา กล่าวปิดท้าย

เบสท์ น้อมรับเป็นจุดอ่อนของ ล.ความลับซูเปอร์สตาร์

Tuesday, September 30th, 2008

กำลังดุ เด็ด เผ็ด มันส์ เป็นที่ชื่นชอบของแฟนละครอย่างมาก สำหรับละคร “ความลับของซูเปอร์สตาร์”

      ที่ทำให้แฟนละครจ้องจอตาไม่กระพริบ ซึ่งนอกจากเนื้อหาของเรื่องที่สนุกสนานน่าติดตามแล้ว ยังได้นักแสดงเจ้าบทบาทมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จะมีก็แต่สาวหน้าตาเรียบร้อย  “เบสท์-อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์” รับบทเป็น “ป่าน” ที่ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนของละครเรื่องนี้ เพราะยังเล่นไม่ถึงบทบาทในขนาดที่นักแสดงคนอื่นๆ แสดงฝีมือแบบไม่มียั้งความสามารถ

    งานนี้สาวเบสท์ก็ขอน้อมรับคำติเตียนว่าเป็นจุดอ่อนของละครเรื่องนี้ว่า …. “คนจะมองว่าเป็นจุดอ่อนของเรื่อง ก็ต้องยอมรับว่าเราเล่นไม่ดี พี่ๆ เค้าเล่นกันถึงพริกถึงขิงมากเลย แล้วก็เล่นกันเก่งๆ ทั้งนั้น บทป่านจะเป็นอะไรที่นิ่งๆ ด้วย แล้วเราก็เล่นดูเนือยๆ ดูไม่โดนเด่น ดูเรียบๆ เรายังเล่นไม่เก่ง

    มีคนบอกว่าเล่นแข็ง อันนี้ยอมรับจริงๆ ว่าเบสท์เล่นแข็งจริงๆ ยังเล่นได้ไม่ดี ก็จะพยายามให้มากขึ้น แล้วก็เป็นละครเรื่องแรกด้วย ก็คงต้องไปเรียนแอ๊คติ้งเพิ่ม เริ่มเรื่องแรกคนติ ก็ไม่ท้อนะ ก็เก็บคำติมาเป็นกำลังใจได้ดี เพราะอย่างน้อยเค้าก็ดูเราแสดง เราก็เอาข้อบกพร่องมาแก้ไข มาพัฒนาให้ดีขึ้น

    เรื่องที่ต้องแก้ไขก่อนคือเรื่องเสียง เพราะเบสท์จะเป็นคนเสียงต่ำ เสียงโมโนโทน ในเรื่องเสียงป่านจะแมนมาก แต่ก็คือมันยากที่จะปรับ ถ้าจะบีบเสียง เราก็จะพะวงเรื่องของการออกเสียงอีก มันก็จะตลกมากกว่าเดิม ก็ต้องไปฝึกการออกเสียง พูดให้ชัด และช้าลง

    อย่างฉากเลิฟซีน ใช้เวลาฉากนี้ฉากเดียว 4 ชั่วโมง ออนแอร์ไม่ถึง 5 นาที เจอเรื่องแรกเจอเลิฟซีน ไม่ได้หวือหวามากมาย ตอนนั้นตื่นเต้นนะคะ เบสท์เขินมาก เกร็งๆ ด้วย แต่กว่าจะผ่านมาได้ พี่มอสช่วยได้มากๆ เลย เพราะเราไม่รู้มุมกล้อง ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร ใจเย็นๆ พี่รอได้นะ พี่ๆ ในกองถ่ายจะน่ารักเป็นกันเองให้คำแนะนำหลายอย่างเลยค่ะ

    แล้วฉากเลิฟซีนผู้ใหญ่ดูให้เหมาะสม ไม่ดูน่าเกลียด ฉากที่พี่มอสซบอกก็เล่นจริงเพื่อให้สมจริง บางคนบอกว่าดูเปลืองตัวมั๊ย แต่เบสท์ว่าการที่ผู้ใหญ่คัดเลือกมาให้เราแล้วว่า บทนี้เหมาะสมกับเรา เราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำบทป่านให้ออกมาดีที่สุดที่เราทำได้ เราก็เต็มที่เป็นนักแสดงก็ต้องเล่นได้ทุกบทบาทค่ะ” เบสท์กล่าว

คลิป เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

Tuesday, September 30th, 2008

ดูใน clip video

girly berry clip

Tuesday, September 30th, 2008

ผบก.ปดส.ลั่นเตรียมออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยที่เข้ามอบตัวในคดีถ่ายคลิปโฟร์-มดฐานให้การเท็จ เผยทหารมือถ่ายที่ถูกซัดทอดร่ำไห้โทรหาแม่ยันไม่มีส่วนรู้เห็น นัดสอบปากคำ 1 ต.ค. ระบุสอบพยานให้การขัดกับผู้ต้องสงสัยหลายจุด

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส.

หลังจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี นำตัว นายธีรชัย หรืออู๊ด มูลรัตน์ นายวิชาญ หรือโด้ ปะกิรินันท์ และนายรุ่งโรจน์ หรือตี๋ ตันศิริ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (ปดส.) โดยสารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นในการแอบถ่ายคลิปวิดีโอของนักร้องสาวคู่ดูโอชื่อดังแห่งค่ายอาร์เอส โฟร์ - มด น.ส.ศกลรัตน์ วรอุไร และน.ส.คุณัชญา ชัยรัตน์ ขณะกำลังอาบน้ำในห้องพักโรงแรมรื่นรมย์ พร้อมทั้งซัดทอด นายปิยะนัส หรือ เนม กาบละคร อดีตบริกรของโรงแรมปัจจุบันติดทหารเกณฑ์อยู่ที่จ.นราธิวาส ว่าเป็นผู้ถ่ายคลิปแต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 กันยายน พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย ผกก.ฝป.4 บก.ปดส. และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีแอบถ่ายคลิปสองนักร้องสาว โฟร์-มด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการรวบรวมหลักฐาน หลังพนักงานสอบสวนขอหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายในโรงแรมรื่นรมย์ ขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาเพื่อหักล้างคำให้การของพนักงานโรงแรมที่อ้างตัวเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์แอบถ่ายคลิป

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 27-28 ก.ย.ที่ผ่านมาก็ได้พยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และเมื่อนำมาประมวลกับคำให้การของ นายวิชาญ ปะกิระนันท์ หรือ โด้ พ่อครัวโรงแรม, นายธีระชัย มูลรัตน์ หรือ อู๊ด เจ้าของโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่น N72 และ นายรุ่งโรจน์ ตันศิริ หรือ ตี๋ รปภ.โรงแรม ที่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนนั้นปรากฏว่า ประเด็นแรก นายวิชาญ อ้างว่าเห็นนายปิยะนัส กำลังถ่ายมือถือจึงขึ้นไปเบียดดูกับนายปิยะนัส หลังจากถ่ายเสร็จก็นำคลิปไปให้นายธีระชัย นายรุ่งโรจน์ และนายสุพจน์ ภู่ถาวร อายุ 42 ปี พนักงานโรงแรมดูคลิปที่นอกโรงแรม ซึ่งนายสุพจน์เป็นตัวละครใหม่

ผบก.ปดส. กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองจากคำให้การของนายธีระชัยซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือนั้น นายธีระชัยมีเพื่อนเป็นพนักงานโรงแรม ไม่มีหลักฐานปากใดยืนยันว่านายธีระชัยใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นโนเกีย N72 หรือเห็นว่าใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ที่สำคัญ นายธีระชัย ให้การอ้างว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อรุ่นนี้ถูกผู้หญิงที่พามานอนด้วยขโมยไป แต่กลับไปแจ้งความลงประจำวันแค่ว่า ซิมหาย มีอย่างที่ไหนขโมยเอาแต่ซิมไปไม่เอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย เป็นโจรใจดีมากแกะโทรศัพท์มือถือเอาแต่ซิมไป แสดงให้เห็นว่าให้การขัดกับตัวเอง

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าเป็น รปภ.โรงแรม ให้การว่าเห็น นายปิยะนัส แอบถ่ายอยู่คนเดียว ซึ่งขัดกับคำให้การของ นายวิชาญ ที่อ้างว่าไปแอบดูพร้อมกับ นายปิยะนัส แสดงว่ามีสองคน แต่นายรุ่งโรจน์กลับให้การว่าเห็น นายปิยะนัส อยู่คนเดียว และ นายรุ่งโรจน์ ยังอ้างอีกว่า ที่ทราบเรื่องคลิปเพราะได้รับการบอกเล่าจาก นายวิชาญ จึงรีบเดินไปดูด้วย ซึ่งระยะเวลาในการแอบถ่ายนั้นแค่สองนาทีกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่ นายรุ่งโรจน์ จะเดินมาทัน ประเด็นสำคัญของ นายรุ่งโรจน์ อยู่ที่คำให้การที่อ้างว่า ดูคลิปเห็นหญิงสาวกำลังอาบน้ำ เปลือยกายโดยใช้ฝักบัวอาบน้ำ และใช้สบู่ฟอกตัวซึ่งเป็นคนละเรื่องกับภาพคลิปที่ปรากฏ และมุมที่แอบถ่ายผ่านช่องพัดลมระบายอากาศนั้นก็เป็นมุมที่ไม่สามารถเห็นการอาบน้ำได้

ผบก.ปดส. กล่าวอีกว่า สำหรับ นายสุพจน์ ที่เป็นตัวละครใหม่ซึ่ง นายวิชาญ แล ะนายรุ่งโรจน์อ้างว่าเป็น รปภ.ที่ร่วมดูคลิปนั้น พนักงานสอบสวนได้ไปสอบปากคำ นายสุพจน์ แล้วปรากฏว่า ไม่เคยเห็นคลิปนี้มาก่อน แต่เพิ่งได้เห็นคลิปดังกล่าวจากแขกที่มาพักที่โรงแรมเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบรายชื่อพนักงานโรงแรมก็พบว่า นายสุพจน์เป็นเบลบอยไม่ใช่ รปภ.ตามที่มีการอ้างถึง นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำ นางอารีย์ ญาติห่างๆ ของ นายปิยะนัส ซึ่งเป็นแม่ครัวอยู่โรงแรม ทราบว่า เป็นผู้พา นายปิยะนัส เข้ามาทำงานที่โรงแรม โดย นางอารีย์ ยืนยันว่า นายปิยะนัส เป็นคนดี ไม่เคยมีแฟนสาวอยู่ใน จ.ขอนแก่น และไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากมายอะไร ที่สำคัญพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพ่อแม่นายปิยะนัส รวมทั้งหาข่าวทั้งหมู่บ้านแล้วปรากฏว่านายปิยะนัส หรือเนม ไม่ใช่ผู้ต้องหาแต่เป็นวีรชน

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ที่บอกว่านายปิยะนัสเป็นวีรชนเพราะหลังถูกเกณฑ์ทหารให้ไปเป็นนาวิกโยธินอยู่ที่สัตหีบแต่เขาไม่ไป กลับขอไปอยู่ที่นราธิวาสปราบผู้ก่อการร้าย และทำประกันชีวิตยกผลประโยชน์ให้พ่อแม่หากเป็นอะไรไปพ่อแม่จะได้เงินประมาณ 2 ล้านบาท ที่สำคัญนายเนมจบแค่ ม.3 ไม่เคยมีความรู้เรื่องโทรศัพท์มือถืออีกทั้งยังใช้โทรศัพท์รุ่นเก่ามองหน้าปัดแทบไม่เห็น หลังเกิดเรื่องนายเนมติดต่อหาพ่อแม่ร้องไห้ทั้งน้ำตาบอกไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึงต้นสังกัดของนายปิยะนัสแล้วว่าจะไปสอบปากคำในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หลังจากสอบปากคำพยานปากนี้เสร็จแล้วก็จะมีพยานหลักฐานพอที่จะไปอนุมัติหมายจับพนักงานโรงแรมทั้ง 3 คนที่มาสมอ้างว่าเป็นผู้ร่วมแอบถ่ายคลิปฐานให้การอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน

จากกระแสข่าวเบื้องลึกทราบมาว่า ผู้ต้องหาที่แท้จริงหรือผู้บงการอยากมอบตัวใจจะขาด แต่มีนักจัดฉาก นักสร้างบ้านทรายทองว่า อย่าไปมอบตัว เดี๋ยวพังกันหมด ตอนนี้ตำรวจล่อหลุมไว้ 8 หลุม 3 คนลงไปแล้ว 2 หลุมน้ำท่วมคอจะถึงจมูกอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏจากการสอบสวนว่าพยานแต่ละปากให้การขัดกันไปขัดกันมา แต่หนึ่งในสามมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน แอบดูด้วยเท่านั้น ส่วนผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊คนั้นเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมา จริงๆแล้วโน้ตบุ๊ตเป็นของไอ้โม่งที่เป็นคนทำลงโน้ตบุ๊ค แล้วเอาไปแจกในโรงแรม ในผับ ไม่ใช่ไม่รู้ ผู้การรู้อยู่แล้วว่าใครทำ” ผบก.ปดส. กล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ยังระบุด้วยว่า สาเหตุที่ต้องสืบสวนสอบสวนคดีนี้ไม่ใช่เพราะอยากดังแต่ที่ทำคดีนี้เพราะอยากให้ประชาชนรู้ความจริงถึงขบวนการต่างๆ ซึ่งเอาความเดือดร้อนของโฟร์-มดมาสร้างภาพ และมีคดีอย่างนี้อีกหลายคดีซึ่งต้องติดคุกต้องรับกรรมซึ่งจะเปิดโปงเป็นคดีๆไป สำหรับตนถ้าจะเด่นดังขอให้มาจากผลงานและไม่ใช่มาจากความทุกข์ของคนอื่นเพราะตนได้บอกกับต้นสังกัดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ปฏิเสธไปว่าไม่ใช่คลิปของผู้เสียหาย

เมื่อถามว่าที่มีข่าวเรื่องคลิปของนักร้องคนอื่นๆอย่าง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผบก.ปดส. ตอบกลับว่า “น้องรู้จริง แต่ผู้การไม่มีหลักฐาน ได้ข่าวมาเหมือนกัน”

พร้อมกับกล่าวถึงคลิปโฟร์-มด ต่อว่า เชื่อหรือไม่ว่าพรรคพวก ลูกน้องผู้การลงพื้นที่ไปถามเรื่องคลิปกับพวกเด็กแว้นที่มีฐานะพวกเขายังบอกเลยว่า ลุงเชยเหลือเกิน 10 กว่าเดือนแล้ว ปีกว่าแล้วเขารู้กันหมด เขาดูกันหมด เขาก็รู้ว่าใครทำ เด็กแว้นที่พอมีฐานะรู้กันหมดใครทำแต่การทำของเขาไม่ใช่เพื่อการค้า แต่ทำเพราะคึกคะนอง และอยากเอาไปแพร่ในที่ๆมีประโยชน์ทางการค้า แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องซีดีลามกอะไร ที่น้องพูดนั้นจริง ได้ยินมา มันเป็นโรคจิต ชอบแอบถ่าย

เมื่อถามต่อว่าเป็นห้องเดียวกันหรือไม่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวเพียงว่า ชั้นล่างเหมือนกัน

นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากทางโรงแรมบริสุทธิ์ใจจริงเหตุใดเมื่อพนักงานสอบสวนขอความร่วมมือในการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วทางโรงแรมจึงไม่อนุญาตต้องให้พนักงานสอบสวนไปขอหมายค้นจากศาล ส่วนคนทั้ง 3 ที่มามอบตัวนั้นตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และบางคนถูกไล่ออกไปแล้ว ส่วนหลักฐานจะสาวไปถึงผู้ต้องหาตัวจริงหรือไม่นั้นไม่สำคัญขอนำตัว 3 คนนี้ติดคุกก่อนเพราะเห็นว่าอยากติดคุกมาก

ด้าน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม อีกหนึ่งนักร้องคนดังจากสังกัดอาร์เอส ที่ยอมรับว่าเคยเข้าพักโรงแรมที่ตกเป็นข่าวเช่นกัน โดยนายรัฐภูมิ กล่าวว่า ตอนนั้นผู้จัดงานได้จ้างไปเล่นคอนเสิร์ต และต้องพักโรงแรมดังกล่าว แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร และไม่แน่ใจว่า ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กๆ หรือเปล่า

“คงไม่มีอะไรหรอก ถ้าเขาจะถ่าย จะทำอะไรได้ เราไม่ได้ให้ถ่ายนี่ เขาถ่ายเอง (หัวเราะ) แต่ฟิล์มไม่กลัว ฟิล์มเป็นผู้ชาย ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แต่ก็มีทุกคนแหละ เพราะเขาจ้างไปเล่นคอนเสิร์ตทุกคน ตอนนี้ก็ยอมรับ ว่าเวลาจะไปไหน หรือทำอะไร ก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้น ตามกองถ่าย เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อก่อนก็จะถอดตรงนั้นเลย เพราะฟิล์มเป็นผู้ชายก็จะบ๊อกเซอร์อยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าเวลาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็จะเข้าไปเปลี่ยนในห้อง กลัวว่าเดี๋ยวใครจะมาอะไรหรือเปล่า และต้นสังกัดก็สั่ง ให้ดูแลตัวเองมากขึ้นทุกคน เพราะเดี๋ยวนี้อันตราย ก็ให้กำลังใจโฟร์-มดว่าไม่มีอะไรนะ ก็คุยกันเล่นๆ เหมือนเดิม” นายรัฐภูมิ กล่าว

วิลเลียม ซ้อมอภิเษก ลือสะพัดเตรียมหมั้น เคท

Monday, September 29th, 2008

ภาพคู่ของ “เจ้าชายวิลเลียม”

       ที่ทรงเดินเคียงข้าง “เคท มิดเดลตัน” พระสหายหญิงคนสนิท ภาพนี้ ใครที่สนใจเรื่องราวรอบรั้วริมวังราชวงศ์ผู้ดีคงชื่นใจ หนูแหนมก็คนหนึ่งละ

ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นตรงทางเดินระหว่างที่นั่งในโบสถ์ ณ งานแต่งงานหนึ่ง เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมาค่ะ

เจ้าชายวิลเลียม และเคท โพสท่าถ่ายรูปด้วยสีหน้าเบิกบาน ณ งานสําคัญของพระสหายในออสเตรีย และเป็นพิธีวิวาห์แรกที่เจ้าชายวิลเลียม และเคท ควงคู่กันออกงานในฐานะคนรัก ในรอบเกือบ 3 ปี ทั้งนี้ เจ้าชายวิลเลียม ซึ่งเคยอนุญาตให้เคท ไปร่วมพิธีวิวาห์เชื้อพระวงศ์ 2 พระองค์ โดยลําพังในปีนี้ ตามปกติแล้วมักระมัดระวังในการออกงานร่วมกัน แต่มีบ้างที่ควงคู่กันออกงานรื่นเริงยามค่ำคืนเป็นบางครั้งบางคราวหรือตามสนามโปโล

การปรากฏตัวคู่กันครั้งนี้ เจ้าชายวิลเลียมทรงไม่แคร์สายตาผู้พบเห็น โดยพระองค์วางพระหัตถ์บนไหล่ของพระสหายหญิง ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าสู่โบสถ์ด้วยกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงขอตัว “โดมินิค ไรอัน” บอดี้การ์ดของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระราชบิดา มาอารักขาเคท ในวันดังกล่าวด้วย ทําให้ไรอัน ซึ่งเคยฝึกร่วมกับหน่วยรบพิเศษสังกัดกองทัพอังกฤษ ดูเหมือนเป็นตัวเต็งที่เหมาะที่สุด สําหรับคอยปกป้องเคท หากว่าเธอจะต้องหมั้นกับรัชทายาทลําดับ 2 แห่งราชวงศ์วินเซอร์

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นสพ.นิวออฟเดอะเวิลด์ อ้างแหล่งข่าวในพระราชสํานักว่า พิธีหมั้นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์มีระเบียบแบบแผนตามธร