ผบก.ปดส.ลั่นเตรียมออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยที่เข้ามอบตัวในคดีถ่ายคลิปโฟร์-มดฐานให้การเท็จ เผยทหารมือถ่ายที่ถูกซัดทอดร่ำไห้โทรหาแม่ยันไม่มีส่วนรู้เห็น นัดสอบปากคำ 1 ต.ค. ระบุสอบพยานให้การขัดกับผู้ต้องสงสัยหลายจุด
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส.
หลังจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี นำตัว นายธีรชัย หรืออู๊ด มูลรัตน์ นายวิชาญ หรือโด้ ปะกิรินันท์ และนายรุ่งโรจน์ หรือตี๋ ตันศิริ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (ปดส.) โดยสารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นในการแอบถ่ายคลิปวิดีโอของนักร้องสาวคู่ดูโอชื่อดังแห่งค่ายอาร์เอส โฟร์ - มด น.ส.ศกลรัตน์ วรอุไร และน.ส.คุณัชญา ชัยรัตน์ ขณะกำลังอาบน้ำในห้องพักโรงแรมรื่นรมย์ พร้อมทั้งซัดทอด นายปิยะนัส หรือ เนม กาบละคร อดีตบริกรของโรงแรมปัจจุบันติดทหารเกณฑ์อยู่ที่จ.นราธิวาส ว่าเป็นผู้ถ่ายคลิปแต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 กันยายน พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย ผกก.ฝป.4 บก.ปดส. และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีแอบถ่ายคลิปสองนักร้องสาว โฟร์-มด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการรวบรวมหลักฐาน หลังพนักงานสอบสวนขอหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายในโรงแรมรื่นรมย์ ขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาเพื่อหักล้างคำให้การของพนักงานโรงแรมที่อ้างตัวเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์แอบถ่ายคลิป
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 27-28 ก.ย.ที่ผ่านมาก็ได้พยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และเมื่อนำมาประมวลกับคำให้การของ นายวิชาญ ปะกิระนันท์ หรือ โด้ พ่อครัวโรงแรม, นายธีระชัย มูลรัตน์ หรือ อู๊ด เจ้าของโทรศัพท์มือถือโนเกีย รุ่น N72 และ นายรุ่งโรจน์ ตันศิริ หรือ ตี๋ รปภ.โรงแรม ที่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนนั้นปรากฏว่า ประเด็นแรก นายวิชาญ อ้างว่าเห็นนายปิยะนัส กำลังถ่ายมือถือจึงขึ้นไปเบียดดูกับนายปิยะนัส หลังจากถ่ายเสร็จก็นำคลิปไปให้นายธีระชัย นายรุ่งโรจน์ และนายสุพจน์ ภู่ถาวร อายุ 42 ปี พนักงานโรงแรมดูคลิปที่นอกโรงแรม ซึ่งนายสุพจน์เป็นตัวละครใหม่
ผบก.ปดส. กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สองจากคำให้การของนายธีระชัยซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือนั้น นายธีระชัยมีเพื่อนเป็นพนักงานโรงแรม ไม่มีหลักฐานปากใดยืนยันว่านายธีระชัยใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นโนเกีย N72 หรือเห็นว่าใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ที่สำคัญ นายธีระชัย ให้การอ้างว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อรุ่นนี้ถูกผู้หญิงที่พามานอนด้วยขโมยไป แต่กลับไปแจ้งความลงประจำวันแค่ว่า ซิมหาย มีอย่างที่ไหนขโมยเอาแต่ซิมไปไม่เอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย เป็นโจรใจดีมากแกะโทรศัพท์มือถือเอาแต่ซิมไป แสดงให้เห็นว่าให้การขัดกับตัวเอง
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าเป็น รปภ.โรงแรม ให้การว่าเห็น นายปิยะนัส แอบถ่ายอยู่คนเดียว ซึ่งขัดกับคำให้การของ นายวิชาญ ที่อ้างว่าไปแอบดูพร้อมกับ นายปิยะนัส แสดงว่ามีสองคน แต่นายรุ่งโรจน์กลับให้การว่าเห็น นายปิยะนัส อยู่คนเดียว และ นายรุ่งโรจน์ ยังอ้างอีกว่า ที่ทราบเรื่องคลิปเพราะได้รับการบอกเล่าจาก นายวิชาญ จึงรีบเดินไปดูด้วย ซึ่งระยะเวลาในการแอบถ่ายนั้นแค่สองนาทีกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่ นายรุ่งโรจน์ จะเดินมาทัน ประเด็นสำคัญของ นายรุ่งโรจน์ อยู่ที่คำให้การที่อ้างว่า ดูคลิปเห็นหญิงสาวกำลังอาบน้ำ เปลือยกายโดยใช้ฝักบัวอาบน้ำ และใช้สบู่ฟอกตัวซึ่งเป็นคนละเรื่องกับภาพคลิปที่ปรากฏ และมุมที่แอบถ่ายผ่านช่องพัดลมระบายอากาศนั้นก็เป็นมุมที่ไม่สามารถเห็นการอาบน้ำได้
ผบก.ปดส. กล่าวอีกว่า สำหรับ นายสุพจน์ ที่เป็นตัวละครใหม่ซึ่ง นายวิชาญ แล ะนายรุ่งโรจน์อ้างว่าเป็น รปภ.ที่ร่วมดูคลิปนั้น พนักงานสอบสวนได้ไปสอบปากคำ นายสุพจน์ แล้วปรากฏว่า ไม่เคยเห็นคลิปนี้มาก่อน แต่เพิ่งได้เห็นคลิปดังกล่าวจากแขกที่มาพักที่โรงแรมเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และจากการตรวจสอบรายชื่อพนักงานโรงแรมก็พบว่า นายสุพจน์เป็นเบลบอยไม่ใช่ รปภ.ตามที่มีการอ้างถึง นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำ นางอารีย์ ญาติห่างๆ ของ นายปิยะนัส ซึ่งเป็นแม่ครัวอยู่โรงแรม ทราบว่า เป็นผู้พา นายปิยะนัส เข้ามาทำงานที่โรงแรม โดย นางอารีย์ ยืนยันว่า นายปิยะนัส เป็นคนดี ไม่เคยมีแฟนสาวอยู่ใน จ.ขอนแก่น และไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากมายอะไร ที่สำคัญพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพ่อแม่นายปิยะนัส รวมทั้งหาข่าวทั้งหมู่บ้านแล้วปรากฏว่านายปิยะนัส หรือเนม ไม่ใช่ผู้ต้องหาแต่เป็นวีรชน
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ที่บอกว่านายปิยะนัสเป็นวีรชนเพราะหลังถูกเกณฑ์ทหารให้ไปเป็นนาวิกโยธินอยู่ที่สัตหีบแต่เขาไม่ไป กลับขอไปอยู่ที่นราธิวาสปราบผู้ก่อการร้าย และทำประกันชีวิตยกผลประโยชน์ให้พ่อแม่หากเป็นอะไรไปพ่อแม่จะได้เงินประมาณ 2 ล้านบาท ที่สำคัญนายเนมจบแค่ ม.3 ไม่เคยมีความรู้เรื่องโทรศัพท์มือถืออีกทั้งยังใช้โทรศัพท์รุ่นเก่ามองหน้าปัดแทบไม่เห็น หลังเกิดเรื่องนายเนมติดต่อหาพ่อแม่ร้องไห้ทั้งน้ำตาบอกไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึงต้นสังกัดของนายปิยะนัสแล้วว่าจะไปสอบปากคำในวันที่ 1 ต.ค.นี้ หลังจากสอบปากคำพยานปากนี้เสร็จแล้วก็จะมีพยานหลักฐานพอที่จะไปอนุมัติหมายจับพนักงานโรงแรมทั้ง 3 คนที่มาสมอ้างว่าเป็นผู้ร่วมแอบถ่ายคลิปฐานให้การอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
“จากกระแสข่าวเบื้องลึกทราบมาว่า ผู้ต้องหาที่แท้จริงหรือผู้บงการอยากมอบตัวใจจะขาด แต่มีนักจัดฉาก นักสร้างบ้านทรายทองว่า อย่าไปมอบตัว เดี๋ยวพังกันหมด ตอนนี้ตำรวจล่อหลุมไว้ 8 หลุม 3 คนลงไปแล้ว 2 หลุมน้ำท่วมคอจะถึงจมูกอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏจากการสอบสวนว่าพยานแต่ละปากให้การขัดกันไปขัดกันมา แต่หนึ่งในสามมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน แอบดูด้วยเท่านั้น ส่วนผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊คนั้นเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมา จริงๆแล้วโน้ตบุ๊ตเป็นของไอ้โม่งที่เป็นคนทำลงโน้ตบุ๊ค แล้วเอาไปแจกในโรงแรม ในผับ ไม่ใช่ไม่รู้ ผู้การรู้อยู่แล้วว่าใครทำ” ผบก.ปดส. กล่าว
ทั้งนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ยังระบุด้วยว่า สาเหตุที่ต้องสืบสวนสอบสวนคดีนี้ไม่ใช่เพราะอยากดังแต่ที่ทำคดีนี้เพราะอยากให้ประชาชนรู้ความจริงถึงขบวนการต่างๆ ซึ่งเอาความเดือดร้อนของโฟร์-มดมาสร้างภาพ และมีคดีอย่างนี้อีกหลายคดีซึ่งต้องติดคุกต้องรับกรรมซึ่งจะเปิดโปงเป็นคดีๆไป สำหรับตนถ้าจะเด่นดังขอให้มาจากผลงานและไม่ใช่มาจากความทุกข์ของคนอื่นเพราะตนได้บอกกับต้นสังกัดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ปฏิเสธไปว่าไม่ใช่คลิปของผู้เสียหาย
เมื่อถามว่าที่มีข่าวเรื่องคลิปของนักร้องคนอื่นๆอย่าง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผบก.ปดส. ตอบกลับว่า “น้องรู้จริง แต่ผู้การไม่มีหลักฐาน ได้ข่าวมาเหมือนกัน”
พร้อมกับกล่าวถึงคลิปโฟร์-มด ต่อว่า เชื่อหรือไม่ว่าพรรคพวก ลูกน้องผู้การลงพื้นที่ไปถามเรื่องคลิปกับพวกเด็กแว้นที่มีฐานะพวกเขายังบอกเลยว่า ลุงเชยเหลือเกิน 10 กว่าเดือนแล้ว ปีกว่าแล้วเขารู้กันหมด เขาดูกันหมด เขาก็รู้ว่าใครทำ เด็กแว้นที่พอมีฐานะรู้กันหมดใครทำแต่การทำของเขาไม่ใช่เพื่อการค้า แต่ทำเพราะคึกคะนอง และอยากเอาไปแพร่ในที่ๆมีประโยชน์ทางการค้า แต่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องซีดีลามกอะไร ที่น้องพูดนั้นจริง ได้ยินมา มันเป็นโรคจิต ชอบแอบถ่าย
เมื่อถามต่อว่าเป็นห้องเดียวกันหรือไม่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวเพียงว่า ชั้นล่างเหมือนกัน
นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากทางโรงแรมบริสุทธิ์ใจจริงเหตุใดเมื่อพนักงานสอบสวนขอความร่วมมือในการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วทางโรงแรมจึงไม่อนุญาตต้องให้พนักงานสอบสวนไปขอหมายค้นจากศาล ส่วนคนทั้ง 3 ที่มามอบตัวนั้นตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ และบางคนถูกไล่ออกไปแล้ว ส่วนหลักฐานจะสาวไปถึงผู้ต้องหาตัวจริงหรือไม่นั้นไม่สำคัญขอนำตัว 3 คนนี้ติดคุกก่อนเพราะเห็นว่าอยากติดคุกมาก
ด้าน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม อีกหนึ่งนักร้องคนดังจากสังกัดอาร์เอส ที่ยอมรับว่าเคยเข้าพักโรงแรมที่ตกเป็นข่าวเช่นกัน โดยนายรัฐภูมิ กล่าวว่า ตอนนั้นผู้จัดงานได้จ้างไปเล่นคอนเสิร์ต และต้องพักโรงแรมดังกล่าว แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร และไม่แน่ใจว่า ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กๆ หรือเปล่า
“คงไม่มีอะไรหรอก ถ้าเขาจะถ่าย จะทำอะไรได้ เราไม่ได้ให้ถ่ายนี่ เขาถ่ายเอง (หัวเราะ) แต่ฟิล์มไม่กลัว ฟิล์มเป็นผู้ชาย ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว แต่ก็มีทุกคนแหละ เพราะเขาจ้างไปเล่นคอนเสิร์ตทุกคน ตอนนี้ก็ยอมรับ ว่าเวลาจะไปไหน หรือทำอะไร ก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้น ตามกองถ่าย เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อก่อนก็จะถอดตรงนั้นเลย เพราะฟิล์มเป็นผู้ชายก็จะบ๊อกเซอร์อยู่แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าเวลาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็จะเข้าไปเปลี่ยนในห้อง กลัวว่าเดี๋ยวใครจะมาอะไรหรือเปล่า และต้นสังกัดก็สั่ง ให้ดูแลตัวเองมากขึ้นทุกคน เพราะเดี๋ยวนี้อันตราย ก็ให้กำลังใจโฟร์-มดว่าไม่มีอะไรนะ ก็คุยกันเล่นๆ เหมือนเดิม” นายรัฐภูมิ กล่าว